
ตลาดเพื่อนบ้านดันไทยโต
ธนาคารทหารไทยชี้ตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)มาแรงแซงยุโรปในปี 2558 ยึดครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกเป็น 9%
ธนาคารทหารไทยชี้ตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)มาแรงแซงยุโรปในปี 2558 ยึดครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกเป็น 9%
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ประเมินแนวโน้มส่งออกในปี 2556 ว่า กลุ่มตลาดอาเซียนใหม่ หรือซีแอลเอ็มวี (ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) จะเป็นหัวจักรสำคัญให้การส่งออกไทยโต
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2544-2554) กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันเพียงครึ่งหนึ่งของไทยกลับขึ้นแท่นเป็นตลาดส่งออกดาวรุ่งที่มีแนวโน้มสดใส โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 21% โดดเด่นกว่าอาเซียนเดิมที่ขยายตัวเฉลี่ย 13.4% และคาดว่าสิ้นปีนี้การส่งออกไปซีแอลเอ็มวีจะขยายตัว 10.9%
สำหรับแนวโน้มในระยะปานกลาง (ปี 2556-2558) ตลาดซีแอลเอ็มวีสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และขยายตัวเฉลี่ย 11.8% สวนทางกับตลาดยุโรปที่มีบทบาทลดลง ทำให้สัดส่วนการส่งออกไปซีแอลเอ็มวีเพิ่มขึ้นจาก 7.7% ในปี 2555 ไต่สู่ระดับ 9% ในปี 2558 แซงหน้ายุโรปที่คาดว่าจะลดบทบาท อยู่ที่ 8.8% และผลักดันให้ตลาดซีแอลเอ็มวีขึ้นแท่นเป็นตลาดศักยภาพสูงของไทย
ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ซีแอลเอ็มวีเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่ยังโชว์ตัวเลขเป็นบวกได้ที่ 11% ท่ามกลางการหดตัวของตลาดอื่นๆ ทั้งอาเซียนเดิม ญี่ปุ่น และยุโรป ซีแอลเอ็มวี จึงกลายเป็นตลาดที่พยุงการส่งออกในภาพรวมไม่ให้หดตัวไปมาก โดยประเมินว่าการส่งออกไปซีแอลเอ็มวีในปีนี้จะขยายตัว 10.9% ซึ่งหมายความว่าจากการขยายตัวของการส่งออกรวมที่ 3% ในปีนี้ เป็นแรงขับเคลื่อนจากตลาดซีแอลเอ็มวีถึง 0.78% สูงกว่าแรงหนุนรวมจากกลุ่มอาเซียนเดิม บวกกับจีนและญี่ปุ่น 0.62% รวมกัน ขณะที่การส่งออกของไทยในภาพรวมต้องเผชิญกับแรงฉุดอย่างแรงจากตลาดสหรัฐและยุโรป 0.81%
สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของการส่งออกปี 2555 คงได้เห็นการส่งออกไตรมาสสุดท้ายเติบโต 20.6% จากหดตัว 1.8% ในช่วง 9 เดือนแรก และทำให้ภาพรวมส่งออกในปี 2555 ขยายตัว 3% แต่ยังไม่สะท้อนถึงการฟื้นตัวแต่อย่างใดเพราะส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานต่ำจากมหาวิกฤตอุทกภัยในปลายปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญยังคงมีทิศทางอ่อนแรง โดยเฉพาะยุโรปที่ปัญหาหนี้สาธารณะยังคงยืดเยื้อ และสหรัฐฯก็มีประเด็นหน้าผาการคลัง หรือ Fiscal Cliff







