posttoday
จีนจะก้าวเป็น มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 (เมื่อไร)

จีนจะก้าวเป็น มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 (เมื่อไร)

12 ธันวาคม 2555

จีนจะก้าวเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1(แต่ว่าเมื่อไร?)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund : IMF)

จีนจะก้าวเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1(แต่ว่าเมื่อไร?)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund : IMF)

โดย...รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

จีนจะก้าวเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1(แต่ว่าเมื่อไร?)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund : IMF) คาดการณ์ว่าจีนจะก้าวขึ้นเป็นผู้มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2559 หรือในอีกแค่ไม่ถึง 5 ปี

การคาดการณ์ดังกล่าวก็สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญหลายๆ สำนักที่เห็นพ้องตรงกันว่า เศรษฐกิจจีนจะมีขนาดใหญ่กว่าอเมริกาที่ครองแชมป์อยู่ในไม่ช้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจฟากฝั่งตะวันตกกำลังอ่อนปวกเปียกจากวิกฤตการขาดดุลงบประมาณ หนี้สาธารณะ และสถาบันการเงินที่ไม่มีเสถียรภาพ ยิ่งที่กรีซมีแนวโน้มว่าอาจจะผิดนัดชำระหนี้งวดที่จะถึงนี้

จีนจะก้าวเป็น มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 (เมื่อไร)

 

ส่วนประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ก็มีปัญหาทางการเมือง เช่น ที่สเปนและอิตาลี และอาจจะลามไปถึงการไม่ผ่านกฎหมายรัดเข็มขัดที่หมายมั่นปั้นมือจะ “เอาให้อยู่” กับวิกฤตเศรษฐกิจในรอบนี้

ส่วนสหรัฐเองก็ต้องลุ้นต่อไปว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาจากพรรคเดโมแครต จะสามารถคุยกันรู้เรื่องกับเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรของอเมริกา จะได้ไม่ต้องตก “หน้าผาทางการคลัง” หรือ Fiscal Cliff ตอนต้นปีหน้า

เพราะฉะนั้น ถ้าโลกไม่แตกเสียก่อนในวันที่ 21 ธ.ค.ปีนี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของปฏิทินมายา ก็ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนว่าเศรษฐกิจจีนจะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในไม่ช้านี้

ทั้งนี้ เป็นเพราะประชากรที่มีเกือบ 1,400 ล้านคน และจีดีพีที่โตมากกว่า 5% จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่ขนาดเศรษฐกิจจีนจะแซงอันดับ 1 ในปัจจุบันอย่างสหรัฐในอีกไม่กี่ปีจากนี้

อย่างไรก็ตาม ขนาดที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเข้มแข็งที่สุด เพราะเทียบรายได้ประชาชาติต่อหัว จีนยังมีรายได้ต่อหัวที่ยังต่ำอยู่มาก ยังไม่เป็นประเทศพัฒนาด้วยซ้ำ ช่องว่างความมั่งคั่งระหว่างคนรวยและคนจนก็ห่างกันเหมือน “สวรรค์กับนรก”

ในขณะที่คนรวยมีไม่ถึง 1 ใน 10 ของพลเมืองทั้งหมด เมืองที่เจริญสุดขั้วอย่างเซี่ยงไฮ้ ห่างไปเพียงชั่วโมงเดียวจะเจอชนบทที่ยากจนและขาดการพัฒนา ซึ่งจะเป็นปัญหาของจีนที่ต้อง “แก้ให้ตก” ก่อนที่จะเป็น “มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ” อย่างที่จีนฝันไว้

ดังนั้น จีนจึงยังห่างไกลกันที่จะแซงอเมริกาและมหาอำนาจอื่นๆ ที่ล้วนเป็น “ประเทศที่พัฒนา” เช่น ยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งจีนเองก็รู้ซึ้งถึงปัญหาดังกล่าว และพยายามปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้พร้อมสำหรับความเป็นมหาอำนาจในอนาคต

เช่น การที่ชู “ฮ่องกง” ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกให้ได้เสียก่อน ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้สกุลเงินหยวนจะเป็นสกุลเงินตราระหว่างประเทศที่แลกเปลี่ยนกันทั่วไปภายใน 10 ปีนี้ และจะให้มีความสำคัญเทียบเท่าเงินสกุลหลักของโลกอย่างเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโรของเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในยุโรป และเงินเยนของญี่ปุ่น ตลอดจนให้ธนาคารชาติของประเทศต่างๆ ใช้เงินสกุลหยวนเป็นทุนสำรองแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

การผลักดันสกุลหยวนหรือเรียกเป็นทางการว่า “เหรินหมินปี้” (Renminbi : RMB) เป็นสกุลเงินตราระหว่างประเทศ (Internationalization of RMB) ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ภายใน 20 ปี ตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักได้วิเคราะห์ไว้

ทั้งนี้ เพราะการค้าระหว่างจีนและประเทศต่างๆ มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อตกลงการค้าเสรี และความเป็น “เอเชีย” ซึ่งจะมีขนาดทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด โดยใหญ่กว่าทั้งอเมริกาและยุโรป

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน