
Asset Allocation หัวใจของการลงทุน
การศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นตอกย้ำว่า Asset Allocation หรือการกระจายเงินลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายเป็นหัวใจของการลงทุน
การศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นตอกย้ำว่า Asset Allocation หรือการกระจายเงินลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายเป็นหัวใจของการลงทุน
โดย...พิชัย เลิศสุพงษ์กิจ
การศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นตอกย้ำว่า Asset Allocation หรือการกระจายเงินลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายเป็นหัวใจของการลงทุน เพราะเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ณ ระดับความเสี่ยงเท่าเดิม หรือผลตอบแทนเท่าเดิม แต่ความเสี่ยงลดลง
การกระจายความเสี่ยงที่ดีจึงช่วยลดความเสียหายจากการลงทุน หากผลลัพธ์ไม่เป็นดังคาด
การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ฝากแบงก์ก็เสี่ยง เช่น เหตุการณ์ปิดสถาบันการเงินในช่วงปี 2540 ซื้อพันธบัตรก็เสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจต่ำกว่าเงินเฟ้อ หรือต้องขายก่อนครบกำหนดไถ่ถอนช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพลิกเป็นขาขึ้น เป็นต้น
พึงตระหนักว่า เหตุการณ์บางอย่างอาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เช่น อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับต่ำอีกนาน เศรษฐกิจยูโรโซนเสี่ยงจะถดถอยยืดเยื้อ เป็นต้น แต่ยังคงมีอีกหลายเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหวรุนแรง สึนามิ) โรคระบาด การก่อการร้าย วิกฤตการเมือง เป็นต้น
ในทางการเงิน ความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนของผลตอบแทนอาจวัดได้ด้วยค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ Standard Deviation (SD) ยิ่งค่า SD สูง ความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้นก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
หากจัดเรียงกลุ่มสินทรัพย์จากเสี่ยงต่ำไปหาเสี่ยงสูง จะได้ดังนี้ 1) ตราสารตลาดเงิน (พันธบัตรระยะสั้น เงินฝาก ตั๋วแลกเงินระยะสั้น เป็นต้น) 2) ตราสารหนี้ (พันธบัตรระยะยาว หุ้นกู้ ตราสารหนี้ต่างประเทศ) 3) ตราสารทุน (ตลาดหุ้นโลก ตลาดหุ้นไทย) 4) สินค้าโภคภัณฑ์ (โลหะมีค่า โลหะที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร เป็นต้น)
สถิติชี้ว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์อย่างแม่นยำว่ากลุ่มสินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งตรงข้ามกับพฤติกรรมนักลงทุนรายย่อยที่ให้ความสำคัญกับการค้นหาสินทรัพย์ที่จะให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงพยายามจับจังหวะการซื้อขายไปมาบ่อยครั้ง ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดและมีต้นทุนการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น
การกระจายความเสี่ยงที่ดี หมายถึง พอร์ตลงทุนที่ประกอบไปด้วยสินทรัพย์ที่จะไม่ขึ้นลงพร้อมๆ กัน ซึ่งทำได้โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อกันน้อยๆ ในทางสถิติเราอาจวัดด้วยค่าสหสัมพันธ์ หรือ Correlation ของสินทรัพย์ ซึ่งค่าจะอยู่ในช่วง -1 ถึง +1
หากค่าสหสัมพันธ์สูงใกล้ +1 สินทรัพย์คู่นั้นมักจะเคลื่อนไหวขึ้นลงในทางเดียวกัน หากค่าเกือบ -1 สินทรัพย์คู่นั้นจะเคลื่อนไหวสวนทางกัน ตัวหนึ่งขึ้น อีกตัวหนึ่งลง
กรณีค่าต่ำใกล้ 0 แสดงว่า สินทรัพย์คู่นั้นมีความสัมพันธ์กันต่ำ การสร้างพอร์ตลงทุนโดยการผสมผสานสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อกันน้อยๆ จะช่วยเรื่องกระจายความเสี่ยงหรือลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์ต่อกันต่ำ จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นในการกระจายความเสี่ยง สินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์ต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทย ได้แก่ ทองคำ ดัชนีตราสารหนี้ไทย ดัชนีตราสารหนี้ต่างประเทศ ส่วนดัชนีตลาดหุ้นโลกในรูปดอลลาร์มีความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงกับตลาดหุ้นไทย
ขนาดของตลาดการเงินไทยเล็กมากๆ ไม่ถึง 1% ของตลาดการเงินโลก แล้วทำไมคนไทยต้องจำกัดตัวเองให้ลงทุนเฉพาะอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น การออกไปลงทุนในต่างประเทศจึงเท่ากับเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากกลุ่มสินทรัพย์ที่หลากหลายกว่าและช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากเป็นเรื่องยากมากที่จะคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำว่ากลุ่มสินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา
ตัวอย่างการกระจายความเสี่ยงโดยใช้สินทรัพย์ที่หลากหลาย สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูง (หมายถึงรับความผันผวนของผลตอบแทนที่วัดโดยค่า SD ได้ราว 8-12%) และสามารถลงทุนในสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทองคำได้ อาจกระจายเงินลงทุนในตราสารหนี้ไทย (15%) ตราสารหนี้ต่างประเทศที่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน (24%) หุ้นไทย (24%) หุ้นต่างประเทศ (22%) และทองคำในรูปบาท (15%)
(ดูกราฟฟิก)
คำนวณจากข้อมูลวันที่ 28 ธ.ค. 2007-5 มิ.ย. 2011 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครอบคลุมวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์และวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป รวมถึงช่วงเวลาที่เสถียรภาพการเมืองไทยไม่นิ่ง
ที่มา : บลจ.ธนชาต
หมายเหตุ : ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ตัวอย่างพอร์ตลงทุนนี้จะสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 6.6% ต่อปี โดยค่าผันผวนของผลตอบแทนอยู่ที่ 11.1% โดยช่วง 3 เดือนที่แย่ที่สุดผลตอบแทนจะติดลบ 20.2% ส่วนช่วง 3 เดือนที่ดีที่สุดจะเป็นบวก 17.7%
หากกระจายการลงทุนผ่านกองทุนที่บริหารจัดการโดย บลจ.ธนชาต ภายใต้พอร์ตข้างต้น อาจจัดตามนี้ ใช้กองทุน TSB เป็นตัวแทนตราสารหนี้ในประเทศ T-GlobalBond เป็นตัวแทนของพันธบัตรในตลาดโลก N-SET แทนหุ้นในประเทศ T-GlobalEQ แทนหุ้นต่างประเทศ TGlobalBullion-UH แทนทองคำในรูปเงินบาท
ปัจจุบัน การออกไปลงทุนต่างประเทศทำได้สะดวกขึ้นมากทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับมือใหม่อาจเริ่มกระจายการลงทุนผ่านกองทุนที่ บลจ.ต่างๆ เสนอขายอยู่ ทั้งนี้ต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ ผมแนะนำให้ลองแวะเข้าไปที่ www.thanachartfund.com โดยเลือกบทวิเคราะห์ผู้จัดการกองทุนตามประเภทนโยบายการลงทุนที่ท่านสนใจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ลงทุนควรพิจารณาลงทุนในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงและความคาดหวังในผลตอบแทนของแต่ละบุคคลก่อนเริ่มต้นลงทุน และควรทบทวนแผนการลงทุนเป็นระยะ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะกระตุ้นให้ท่านให้ความสำคัญกับการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Asset Allocation) ซึ่งเป็นหัวใจของการลงทุน นอกเหนือจากการค้นหาหุ้น (Stock Selection) และการจับจังหวะการซื้อขาย (Market Timing)







