
ธปท.ไขก๊อก2ให้ขนเงินออกลงทุนต่างแดน
ธปท.เล็งออกมาตรการผ่อนคลาย ไล่เงินทุนไทยออกไปลงทุนนอกเพิ่มเติมอีกรอบในเร็วๆ นี้
ธปท.เล็งออกมาตรการผ่อนคลาย ไล่เงินทุนไทยออกไปลงทุนนอกเพิ่มเติมอีกรอบในเร็วๆ นี้
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.กำลังเตรียมออกมาตรการผ่อนคลายการเคลื่อนย้ายเงินทุนให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติมจากเดิมธปท.เคยออกประกาศให้เคลื่อนย้ายเงินทุนได้ง่ายขึ้นเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
“คาดว่าประกาศเพิ่มเติมรอบใหม่นี้ จะสามารถออกมาบังคับใช้ได้ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ปีนี้ หรืออย่างช้าในช่วงต้นเดือน ม.ค.ปีหน้านี้ โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณารายละเอียดของการประกาศดังกล่าวอยู่” นางจันทวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2556 ธปท.ยังต้องพิจารณาในส่วนของมาตรการเดิมที่เคยออกไปแล้วในปีนี้ รวมทั้งมาตรการที่จะออกมาล่าสุดนี้ก่อนว่า จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ และผู้มีเงินออกที่มีศักยภาพออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด หรือยังมีปัญหาอุปสรรคในส่วนใดอยู่อีกบ้าง เพื่อที่ ธปท.จะนำมาพิจารณาผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการไหลออกของเงินทุนในระยะต่อไปให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศของ ธปท. ที่ในช่วงปี 2555-2556 จะเพิ่มการผ่อนคลายการไหลออกของเงินทุนในระยะที่ 1
“ตอนนี้ ธปท.อยู่ระหว่างประเมินภาพเศรษฐกิจโลก ที่อาจกระทบต่อตลาดการเงินโลก และตลาดการเงินของไทยในช่วงต่อไป โดยปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องติดตามยังคงเป็นเรื่องวิกฤตหนี้สาธารณะและการเงินในยุโรป และการตัดสินใจดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังด้วยการลดภาษีหลายตัวของสหรัฐที่เคยทำมาสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต่อหรือไม่ ต้องดูว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา และสภานิติบัญญัติจะตกลงกันอย่างไร หรือที่เราเรียกกันว่าหน้าผาการคลัง ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ด้วย” นางจันทวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธปท.ประเมินตรงกันว่า ถ้าสหรัฐจะต้องตกหน้าผาทางการคลังหรือยกเลิกมาตรการกระตุ้นทางภาษีที่เคยทำมาจริงๆ ก็คงยกเลิกทั้งหมดหรือไม่ใช่การตกหน้าผา 100% จนทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี)สหรัฐฯในปีหน้าลดลงมากถึง 4% อย่างที่คนกังวล แต่คาดว่าอาจจะยกเลิกมาตรการกระตุ้นทางภาษีบางส่วนเท่านั้น และน่าจะมีการตกลงกันได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อทำให้จีดีพีของสหรัฐในไตรมาสแรกของปีหน้าไม่ลดลงมาก ซึ่งถ้าเป็นไปตามแนวทางนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯในปีหน้าจะลดลงประมาณ 1.41.5% ของจีดีพีเท่านั้นและเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวต่อไปได้ไม่ฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอลงมากนัก
ด้านนางสุชาดา กิระกุล ที่ปรึกษาผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามผลของมาตรการผ่อนคลายการไหลออกของเงินทุนที่ได้ดำเนินการไป ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนและนักลงทุนให้มีความมั่นใจในการออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพราะอาจจะยังมีนักลงทุนบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจหรือไม่ทราบมาตรการที่ ธปท.ได้ผ่อนคลายไปแล้ว จึงยังไม่ได้ออกไปลงทุนต่างประเทศ เชื่อว่าในช่วงต่อไปนักลงทุนไทยจะออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ธปท.พยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทยอยผ่อนคลายนโยบายเงินทุนเคลื่อนย้าย เพื่อจะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวออกไปแสวงหากำไรจากการลงทุนได้กว้างขึ้น กระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น หรือลดต้นทุนการบริการจัดการได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป และอีกส่วนหนึ่งเพื่อให้ทันกับการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ด้วย







