
ข้อกังวลของนักลงทุนต่อกฏหมายลงทุนพม่า
รัฐสภาของพม่า หรือ Amyotha Hluttaw ได้ผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2555 โดยได้ส่งให้ประธานาธิบดีเต็งเส่ง เป็นผู้ตัดสินใจเพื่อลงนามประกาศใช้เป็นกฎหมาย หรือจะส่งกลับให้รัฐสภาแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง
รัฐสภาของพม่า หรือ Amyotha Hluttaw ได้ผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2555 โดยได้ส่งให้ประธานาธิบดีเต็งเส่ง เป็นผู้ตัดสินใจเพื่อลงนามประกาศใช้เป็นกฎหมาย หรือจะส่งกลับให้รัฐสภาแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง
ร่างกฎหมายการลงทุนของพม่าฉบับนี้ มีลักษณะเป็นกฎหมายส่งเสริมการลงทุน พร้อมกับการเป็นกฎหมายควบคุมธุรกิจคนต่างด้าว กฎหมายควบคุมการลงทุนจากต่างชาติ ในประเทศพม่าซึ่งเดิมพม่ามีกฎหมายลงทุนหรือ Foreign Investment Law ตั้งแต่ปี 1988 ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ยังเกี่ยวข้องกับข้อห้ามและการควบคุมสินค้านำเข้าบางรายการ ซึ่งได้รับการวิพากษ์จากนักลงทุนต่างประเทศ ว่าเป็นการจำกัดสิทธิของนักลงทุนรวมทั้งไม่เอื้อต่อการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ได้ส่งร่างกฎหมายการลงทุนฉบับดังกล่าว กลับไปให้รัฐสภาแก้ไขในหลายมาตรา ซึ่งเห็นว่าอาจจะมีผลต่อการไม่จูงใจให้เกิดการลงทุนในพม่า ซึ่งคาดว่าร่างกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่จะสามารถส่งกลับมาให้ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ลงนามอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เนื่องจากทางรัฐบาลพม่าต้องการให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือน ธ.ค. 2555
กฎหมายลงทุนฉบับนี้ เป็นการส่งสัญญาณการคุ้มครองการลงทุนให้กับนักลงทุนต่างชาติ ว่าการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะไม่ถูกควบคุม หรือยึดกิจการมาเป็นของพม่า แต่กฎหมายโดยภาพรวมแล้วบัญญัติขึ้นโดยตอบสนองต่อเสียงของสาธารณชน (พม่า) มากกว่าสนองตอบนักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติมีข้อกังวลเกี่ยวกับการลิดรอนสิทธิและความเสี่ยงของนักลงทุนภายใต้ (ร่าง) กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ของพม่า เช่น (ร่าง) กฎหมายฉบับนี้มีหลายมาตราที่ยังขาดความชัดเจน เช่น การกำหนดสัดส่วนการลงทุนจากต่างประเทศไว้ที่ 50:50 เป็นความเสี่ยงในแง่ของการบริหารจัดการและเกี่ยวกับข้อกำหนดที่เข้มงวดในการจ้างแรงงานในท้องถิ่น เช่น ผู้ชำนาญการด้านเทคนิคหรือทักษะพิเศษ ภายใน 2 ปี จะต้องมีบุคลากรชาวพม่าอยู่ในตำแหน่งอย่างน้อย 25% ซึ่งงานที่เกี่ยวกับด้านวิศวกรรมหรือด้านเทคนิคเป็นงานที่หายาก ถ้าไม่สามารถหาแรงงานของพม่าเข้ามาได้ จะต้องดำเนินการอย่างไร
นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ของพม่ากำหนดให้ MIC หรือ Myanmar Investment Commission ยังมีอำนาจกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าทำสัญญากับบุคคลอื่นในการถ่ายโอนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ซึ่งจะต้องมีการตีความกันค่อนข้างมากว่า บุคคลภายนอกคือใครและเทคโนโลยีขนาดไหนที่ต้องถ่ายโอน เพราะบางอย่างเป็นความลับทางธุรกิจ โดยเฉพาะการให้อำนาจคณะกรรมการการลงทุนต่างชาติ (MIC) มีอำนาจในการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติให้กับประชาชนชาวพม่า หากนักลงทุนต่างชาติไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเงื่อนไขในสัญญาที่ให้ไว้กับรัฐบาลได้ (มาตรา 12(j))
ขณะเดียวกันคณะกรรมการยังมีอำนาจในการกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติ เข้าทำสัญญากับบุคคลอื่นในการถ่ายโอนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ (มาตรา 17(k))
ทั้งนี้ ภายใต้บทบัญญัติให้อำนาจ MIC (Myanmar Investment Commission) มากในการพิจารณากฎหมาย ส่วนมากต้องใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล เช่น การผลิตที่มีอันตรายต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน
รวมถึงการนำกำไรออกนอกประเทศ จะต้องมีการหักภาษีส่วนบุคคล หักรายได้ที่เป็นโบนัสและค่าใช้จ่ายที่นักลงทุนต่างชาติอยู่ในประเทศพม่า ซึ่งไม่รู้ว่าจะตีความกันอย่างไร ซึ่งมาตรการบังคับที่กำหนดไว้ในกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ สามารถถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือได้รับการตีความอย่างกว้างๆโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและมาตรการเหล่านั้นเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
ข้อกังวลมากที่สุดของนักลงทุนไทยจะเกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใหม่ ห้ามหรือมีข้อจำกัดสำหรับชาวต่างชาติ ในการทำธุรกิจการค้าผ่านพรมแดนทางบกของประเทศพม่าและกิจการของนักลงทุนต่างชาติ ห้ามดำเนินการภายในอาณาเขต 10 ไมล์เข้ามาจากชายแดนต่างประเทศ (ยกเว้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ)
กฎหมายฉบับใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งกฎหมายก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่การบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการพิจารณาของระบบศาลยุติธรรมของพม่ายังขาดความเป็นสากล ซึ่งกระบวนการปฏิรูปกรอบกฎหมายต้องใช้ระยะเวลายาวนาน อีกทั้งระบบราชการที่ยังล้าหลังและปัญหาเชิงโครงสร้างก็ยังคงมีอยู่ เช่น การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่ง ระบบโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต และโครงข่ายโทรคมนาคมยังต้องพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า รวมทั้งระบบการผลิตบุคลากรในภาคการศึกษา ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีในการพัฒนา
ภาพรวมแล้วนักลงทุนต่างชาติ ยังมีความกังวลกับการลงทุนในประเทศพม่าและตัดสินใจว่ายังเป็นความเสี่ยงอย่างมากในการทำธุรกิจที่พม่า ซึ่งนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เห็นว่า กฎหมายฉบับเดิมนั้นดีกว่าร่างกฎหมายฉบับใหม่มาก
การลงทุนในพม่ายังเป็นความเสี่ยง 1.ในด้านการเมือง 2.การบังคับใช้กฎหมาย 3.ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน 4.ด้านความไม่พอเพียงของกระแสไฟฟ้าในนครย่างกุ้งและในเมืองสำคัญ 5.การใช้ดุลยพินิจ 6.การบังคับขายหุ้นให้กับคนพม่ากรณีไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านการลงทุน 7.การห้ามไม่ให้ดำเนินธุรกิจด้านค้าชายแดนภายในระยะทาง 10 ไมล์จากชายแดน
อีกทั้งไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลในอนาคตของพม่าอาจเข้าไปก้าวก่ายการดำเนินธุรกิจต่างชาติ กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ของพม่าควรมุ่งเน้นเรื่องการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ มากกว่าเรื่องการปกป้องธุรกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันสื่อมวลชนของพม่า นักเศรษฐศาสตร์พม่า และนักวิจารณ์ของพม่า เห็นว่า (ร่าง) กฎหมายลงทุนพม่าไม่เป็นผลดีต่อการส่งเสริมการลงทุน แต่จะเกิดปัญหามากมายขึ้นในพม่าถ้าหากต้องการที่จะแข่งขันกับประเทศกัมพูชา ลาว ไทย ฟิลิปปินส์ หรือประเทศอื่นๆ
โดยมีความเห็นสอดคล้องว่าร่างกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ของพม่าสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติยังมีความวิตกกังวล และยังเห็นว่าการลงทุนในพม่ายังมีความเสี่ยง โดยพม่าอาจต้องใช้เวลาอย่างมากในการแก้ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ด้านการพัฒนาระบบโทรคมนาคม การพัฒนาระบบยุติธรรม ด้านการธนาคาร พัฒนากลไกทำงานของข้าราชการ การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และการพัฒนาการเปิดด่านชายแดน เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม กฎหมายใหม่ของพม่า ซึ่งประธานาธิบดีเต็งเส่งนำกลับไปให้รัฐสภาแก้ไข หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร จะต้องมีการติดตาม แต่การที่จะรอให้พม่าแก้ไขกฎหมายให้เป็นสากลอาจต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนไทยเสียโอกาสต่อการเริ่มเปิดรับการลงทุนของพม่า กลายเป็นว่า ใกล้เกลือกินด่าง...







