posttoday
แอล.วี.เทคโนโลยีรับงานปูนรอตั้งรง.

แอล.วี.เทคโนโลยีรับงานปูนรอตั้งรง.

10 ธันวาคม 2555

โดย...โสภาวดี ธเนตปราโมทย์

โดย...โสภาวดี ธเนตปราโมทย์

สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ หรือ ประเทศพม่า ที่คนไทยเรียกกันติดปากมาช้านาน กับสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้กลายเป็นแผ่นดินแห่งใหม่ที่นักธุรกิจไทยเทศ พากันแห่ไปขุดทอง จากสภาพภูมิประเทศที่เอื้อไปด้วยแหล่งทรัพยากร สินแร่ ป่าไม้ แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะเจดีย์ชเวดากอง ที่โด่งดังไปทั่วโลก หรือภาษา เป็นโอกาสทองที่ได้เปรียบเพื่อนบ้านในแถบเดียวกัน ภายใต้วัฒนธรรมการแต่งกายที่ยังเข้มข้นด้วยชุดแต่งกายประจำชาติไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นอีกบริษัทที่กำลังเข้าไปขุดทองให้กับมหาเศรษฐีสองตระกูลดังอันดับ 12 ของพม่า คือ ตระกูลกลุ่มธุรกิจภายใต้ชื่อ Max Manufacturing และกลุ่มธุรกิจตระกูล KBZ ที่เป็นเจ้าของธนาคารขนาดใหญ่ สายการบิน อัญมณีและเครื่องประดับ และโรงปูนฯ

ขณะที่ LVT เป็นผู้ให้บริการงานวิศวกรรม ออกแบบ คิดค้น พัฒนา ไปจนถึงจัดหาและควบคุมการติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานของเครื่องจักร ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้กระบวนการคัดแยกขนาด เช่น อุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมเหมืองแร่

การไปพม่าของ LVT ประเดิมที่การออกแบบ คิดค้น และจัดหา ติดตั้งเครื่องจักร ให้กับโรงงานปูนซิเมนต์ KBZI ตั้งอยู่ที่เมืองตงจี รัฐฉาน ประเทศพม่า ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี พ.ศ. 2556 มูลค่างานที่ได้รับ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 540 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 60 ล้านเหรียญสหรัฐ โรงงานตั้งอยู่กลางหุบเขาบนเนื้อที่ 1,800 ไร่ ที่กลุ่ม KBZ เป็นเจ้าของ ท่ามกลางภูเขาหลายลูกที่เป็นเหมืองหิน มีปริมาณ 80 ล้านตัน ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนได้ถึง 160 ปี

“ซอ เมี่ยน” รองกรรมการผู้จัดการ KBZI กล่าวถึงภาพรวมความต้องการซีเมนต์ในพม่า เมื่อ 80 ปีก่อน มีกำลังผลิต 200 ตัน/วัน เริ่มต้นจากอังกฤษที่นำเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตแบบเปียกซึ่งเป็นวิธีโบราณ พัฒนามาเป็นแบบแห้ง

หลังจากเปิดประเทศ มีการก่อสร้างเพิ่มขึ้นธุรกิจซีเมนต์ในพม่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอในประเทศ มีกำลังผลิต 3.5 ล้านตัน/ปี จากโรงงานของรัฐและเอกชน 10 โรง ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่มีกำลังผลิตโรงละ 100 ตัน/วัน โรงงานทันสมัยที่สุด MEC Myaing Galay มีกำลังผลิตสูงสุด 4,000 ตัน/วัน

ปัจจุบันประเทศพม่า นำเข้าปูนซีเมนต์จำนวน 2 ล้านตัน/ปี และกำลังการผลิตทั้งหมดของประเทศ 75% มีกรรมวิธีการผลิตซีเมนต์แบบเปียกอีก 25% ราคาขายปลีกปูนซีเมนต์ในพม่า ขนาดถุงละ 50 กิโลกรัม ราคาขายอยู่ที่ 810 เหรียญสหรัฐ ราคาต่อตันอยู่ที่ 160200 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาขายที่แพงกว่าประเทศอื่นในอาเซียนทั้งหมด

ทิศทางใน 3 ปีข้างหน้าจากนี้ไป ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ของคนพม่าจะเติบโตได้ถึง 20% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของพม่า ซึ่งปี 2555 เติบโต 5.5% ปี 2556 โต 6% ปริมาณการใช้ซีเมนต์ 7080 กิโลกรัม/คน/ปี เทียบกับประเทศไทย ที่มีประชากรกว่า 60 ล้านคน กำลังผลิตปูนซีเมนต์ 37 ล้านตัน/ปี/60 ล้านคน หรือเฉลี่ยต่อคน 450 ตัน/คน

“ช่องทางการเติบโตของซีเมนต์ในพม่ายังมีอีกมาก หากการเติบโตเท่าตัวจาก 5.5 ล้านตัน เป็น 10 ล้านตัน ซึ่งความต้องการปูนจะเกิดจากโครงการก่อสร้างถนน ก่อสร้างที่อยู่อาศัย สนามบิน และโครงการต่างๆ โดยเฉพาะความต้องการปูนในรัฐฉานเกือบ 4 แสนตัน/ปี เพื่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า 7,000 เมกะวัตต์ แล้วเสร็จปี 2017 หรือสร้างถนน การตั้งโรงปูนที่ ตงจี รัฐฉาน จึงมุ่งหวังเพื่อป้อนการใช้ปูนในรัฐฉาน” ซอ กล่าว

ผู้บริหาร KBZI กล่าวถึงราคานำเข้าปูนซีเมนต์ ประมาณ 8090 เหรียญสหรัฐ/ตัน สำหรับปูนที่ KBZI ผลิตเพื่อขาย มีต้นทุนผลิต 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน ค่าขนส่งในรัฐฉาน 8 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ขายราคา 80 เหรียญสหรัฐ เท่ากับราคานำเข้า

วิสูตร อนุพันธุเมธา ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ LVT กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง LVT กับ กลุ่มธุรกิจ MAX เบื้องต้น เป็นการรับงานปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพโรงปูนซีเมนต์จากระบบการผลิตแบบเปียก เป็นแบบแห้ง มูลค่าการรับงาน 22 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมมูลค่างานในพม่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงาน เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2556 ส่วนความร่วมมือกับ MAX ในการร่วมทุนโรงงานปูน ชะลอออกไป เนื่องจากรอกฎระเบียบต่างๆ ออกมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท