
ออปชันกับวอร์แรนต์คู่เหมือนที่แตกต่าง
จากการพบปะกับผู้ลงทุนหลายท่านในงานมหกรรมการลงทุนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีหลายท่านสงสัยว่าออปชันคืออะไร และต่างจากวอร์แรนต์อย่างไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คอลัมน์นัดพบอนุพันธ์ก็ได้แนะนำให้รู้จักกับออปชันกันไปเบื้องต้นแล้ว ในสัปดาห์นี้จึงขอมาเล่าต่อว่าออปชันนั้นต่างจากวอร์แรนต์อย่างไรนะครับ
จากการพบปะกับผู้ลงทุนหลายท่านในงานมหกรรมการลงทุนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีหลายท่านสงสัยว่าออปชันคืออะไร และต่างจากวอร์แรนต์อย่างไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คอลัมน์นัดพบอนุพันธ์ก็ได้แนะนำให้รู้จักกับออปชันกันไปเบื้องต้นแล้ว ในสัปดาห์นี้จึงขอมาเล่าต่อว่าออปชันนั้นต่างจากวอร์แรนต์อย่างไรนะครับ
วอร์แรนต์ (Warrant) หรือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ เป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหุ้นที่ใบสำคัญแสดงสิทธินั้นอ้างอิงอยู่ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า วอร์แรนต์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกับหุ้นทั่วไป แต่ผู้ถือวอร์แรนต์ยังไม่ใช่ผู้ถือหุ้น เป็นแค่ผู้ถือใบจองในการซื้อหุ้นจากบริษัทจดทะเบียน โดยหากผู้ถือวอร์แรนต์ต้องการเปลี่ยนวอร์แรนต์ หรือใบจองนี้เป็นหุ้น ก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม
บริษัทจดทะเบียนที่ออกวอร์แรนต์ จะกำหนดว่าวอร์แรนต์นั้นๆ สามารถแปลงเป็นหุ้นได้กี่หุ้น เรียกว่าอัตราส่วนการใช้สิทธิ เช่น อัตราส่วน 1 : 1 แปลว่า วอร์แรนต์ 1 ตัว สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนยังมีการกำหนดราคาใช้สิทธิ ซึ่งเป็นราคาที่บอกว่าผู้ลงทุนต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นที่ออกใหม่ในราคากี่บาท โดยจะระบุไว้อย่างชัดเจนในวอร์แรนต์ อีกทั้งยังกำหนดว่าวอร์แรนต์นั้นๆ จะสามารถแปลงเป็นหุ้นได้ในวันใด เราอาจจะเปรียบเทียบวอร์แรนต์ได้ว่ามีลักษณะเหมือนเป็นใบจองซื้อ โดยในใบจองจะระบุราคาจองซื้อและจำนวนหุ้นที่จะซื้อได้ต่อ 1 ใบ รวมทั้งยังมีการกำหนดวันใช้สิทธิของใบจองด้วย
ดังนั้น มูลค่าของวอร์แรนต์จึงขึ้นอยู่กับราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน หากราคาหุ้นสูงกว่าราคาใช้สิทธิของวอร์แรนต์ ก็จะทำให้วอร์แรนต์ตัวนั้นน่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะกลายเป็นใบจองซื้อที่ทำให้สามารถซื้อหุ้นสามัญได้ถูกกว่าในตลาด แต่ถ้าราคาหุ้นตกลงมาและต่ำกว่าราคาใช้สิทธิที่กำหนด วอร์แรนต์ก็จะไม่น่าสนใจเพราะกลายเป็นใบจองซื้อที่ราคาแพงกว่าราคาที่หาซื้อหุ้นได้จากตลาด อย่างไรก็ตามวอร์แรนต์เป็นสินค้าที่มีวันหมดอายุ แต่ในระหว่างที่ยังมีอายุอยู่ ผู้ลงทุนสามารถนำวอร์แรนต์มาขายต่อเปลี่ยนมือในตลาดหลักทรัพย์ได้ ดังนั้นยิ่งราคาหุ้นที่ระบุว่าสามารถใช้สิทธิได้ปรับสูงขึ้น ราคาวอร์แรนต์ก็จะสูงตาม แต่เมื่อวอร์แรนต์หมดอายุ และผู้ที่ถืออยู่ไม่ได้ใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น วอร์แรนต์นี้ก็จะหมดมูลค่า และไม่สามารถซื้อขายต่อในตลาดได้อีกต่อไป
สำหรับออปชันก็จะมีการกำหนดสิทธิ ว่าผู้ถือออปชันสามารถซื้อหุ้นหรือสินค้าที่ระบุในออปชันที่ราคาเท่าไร จำนวนเท่าใด และใช้สิทธิได้ในช่วงไหน รวมถึงราคาออปชันก็มีมูลค่าขึ้นอยู่กับราคาของสินค้าที่ออปชันนั้นไปอ้างอิงอยู่ เช่นเดียวกับวอร์แรนต์ แต่ออปชันและวอร์แรนต์มีข้อแตกต่างกันหลายประการ เช่น ออปชันจะมีทั้งสิทธิที่จะซื้อ และสิทธิที่จะขาย ต่างจากวอร์แรนต์ที่มีเพียงสิทธิที่จะซื้อเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้ที่ออกวอร์แรนต์ให้มาซื้อขายในตลาดจะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนเท่านั้นเนื่องจากเป็นการจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในขณะที่ออปชันจะมีผู้ขายออปชันเป็นคนออกออปชันให้กับคนที่ต้องการซื้อ โดยออปชันจะเกิดหลังจากผู้ซื้อผู้ขายตกลงราคาที่จะซื้อขายออปชันกัน ที่เรียกว่า “ค่าพรีเมียม” ซึ่งผู้ขายออปชันไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ระบุในออปชันแต่อย่างใด ทั้งนี้การซื้อขายออปชันในตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการอย่างตลาด TFEX จะมีหน่วยงานที่เข้ามาดูแลเรื่องการชำระราคาระหว่างกันและค้ำประกันทุกธุรกรรมที่มีการซื้อขาย เรียกว่า “สำนักหักบัญชี” โดยจะเป็นคนดูแลทั้งผู้ซื้อและผู้ขายออปชันด้วย
เรื่องออปชันยังไม่จบแค่นี้นะครับ จริงๆ แล้วยังมีอีกรายละเอียดหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยในครั้งต่อๆ ไป ผมจะนำรายละเอียดของออปชันมาเล่าให้ฟังกันต่อนะครับ







