posttoday
พิษ‘รถคันแรก’ทุบยอด2ล้อร่วงทำทั้งปีโตแค่4%

พิษ‘รถคันแรก’ทุบยอด2ล้อร่วงทำทั้งปีโตแค่4%

06 ธันวาคม 2555

ยามาฮ่าชี้คืนภาษีรถยนต์คันแรกกระทบตลาดรถจักรยานยนต์ คาดปีหน้าโตขึ้นเล็กน้อย มองปัจจัยตลาดเริ่มอิ่มตัว

ยามาฮ่าชี้คืนภาษีรถยนต์คันแรกกระทบตลาดรถจักรยานยนต์ คาดปีหน้าโตขึ้นเล็กน้อย มองปัจจัยตลาดเริ่มอิ่มตัว

นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2555 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2.15 ล้านคัน หรือเติบโตขึ้น 3–4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายอยู่ที่ 5 แสนคัน หรือเติบโต 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ ตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้ ได้รับผลกระทบจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาล ประกอบกับการที่บริษัทสินเชื่อ หรือไฟแนนซ์ต่างๆ จัดรายการส่งเสริมการขายของรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ประเภทอีโคคาร์ อาทิ ดาวน์ต่ำ ผ่อนนาน ดอกเบี้ยถูก จึงส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อรถจักรยานยนต์ ทำให้ตลาดในปีนี้อยู่ในระดับทรงตัว

“เดิมคาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้จะเติบโตอยู่ในระดับ 8–10% เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปี 2554 แต่โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกส่งผลให้ตลาดเติบโตอยู่ในระดับ 3–4% เท่านั้น โดยจากการเก็บข้อมูลพบว่า ความต้องการซื้อจักรยานยนต์ของประชาชนเริ่มอิ่มตัว โดยส่วนใหญ่การซื้อในปัจจุบันเป็นการซื้อเพิ่มหรือเปลี่ยนคัน ซึ่งมีเพียง 35% ของตลาดรวมเท่านั้นที่เป็นการซื้อรถใหม่” นายประพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2556 จะมีอัตราเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะไม่เกิน 5%แต่การตัดสินใจซื้อของประชาชนจะดีจะดีขึ้นกว่าในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก พร้อมกันนี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจในปีหน้าที่รัฐบาลคาดการณ์ตัวเลขอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่มีทิศทางที่ดีจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศมีมากขึ้นชัชชาติ สั่ง รฟม.ยึดเทคนิคเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า ชี้หากทบทวนต้องศึกษาปริมาณผู้โดยสารใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า ได้กำชับให้รฟม.วางแผนดำเนินโครงการรถไฟฟ้าโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ด้านเทคนิคเป็นหลัก ไม่ปรับเปลี่ยนบ่อย เพราะแผนเดิมได้ผ่านการศึกษาและวางแผนมาระดับหนึ่งแล้ว หากปรับเปลี่ยนจะต้องเป็นไปเพื่อแก้ปัญหา หรือทำให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันหากมีการปรับเปลี่ยนแผนงานจะต้องศึกษาปริมาณผู้โดยสาร รายได้ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมด้วย

“ผมได้กำชับนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม.ถึงแนวคิดการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า โดยให้พิจารณาอย่างรอบคอบในทุกๆด้าน เช่น เอกชนเสนอใช้พื้นที่บริเวณเมืองทองธานีเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และให้รัฐบาลจัดสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแครายมีนบุรี เข้าไปบริเวณเมืองทองธานี ซึ่งเดิมเคยพิจารณาเรื่องแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูแล้ว โดยรัฐบาลพร้อมให้เอกชนเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า แต่เอกชนต้องสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมมาต่อเส้นทางหลักเอง ไม่ใช่ให้รัฐบาลสร้างเส้นทางเข้าไปพื้นที่เอกชน ” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับที่มีแนวคิดลดค่าใช้จ่ายในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมบางกะปิมีนบุรี โดยจะทุบสะพานบริเวณถนนรามคำแหง 4 กม. ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย 3 หมื่นล้านบาทนั้น ต้องไม่คิดแค่เรื่องลดค่าใช้จ่าย แต่ต้องพิจารณาเรื่องปัญหาการจราจรระหว่างก่อสร้าง เมื่อช่องจราจรลดลงรถจะติดมากขึ้น ซึ่งจะแก้ปัญหาอย่างไร

นายชัชชาติ กล่าวว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ กระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องผลการเจรจาค่าจ้างสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อบางใหญ่ ซึ่งมีบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ให้ครม.พิจารณาขณะเดียวกันได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปวิเคราะห์ค่าจ้างเดินรถว่าเท่าใดจึงเหมาะสม เบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถต่อรองได้อีก แต่ทั้งหมดต้องให้ครม.พิจารณา

ทั้งนี้ คณะกรรมการมาตรา 13 ตามพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ.2535 ได้ต่อรองค่าจ้างเดินรถเหลืออยู่ที่ประมาณ 80,365 ล้านบาท แต่หากได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะจ่ายค่าตอบแทนประมาณ 79,983 ล้านบาท โดยราคาที่เสนอครั้งแรกอยู่ที่ 93,475 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนการจัดซื้อขบวนรถไฟพร้อมกัน 800 ตู้นั้น รฟม. ยังไม่ได้ส่งข้อมูลรายละเอียดแผนปฏิบัติการการจัดซื้อจัดจ้างให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ซึ่งตนได้มอบหมายให้รฟม.ไปจัดทำแผนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด หากพบปัญหาอุปสรรคจะได้แก้ไข และให้แผนการดำเนินงานเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท