
ดัชนีเชื่อมั่นพ.ย.พุ่งรอบ14เดือน
ดัชนีเชื่อมั่น พ.ย. พุ่ง 79.1 สูงสุดรอบ 14 เดือน หลังม็อบ เสธ.อ้าย ไร้ความรุนแรง
ดัชนีเชื่อมั่น พ.ย. พุ่ง 79.1 สูงสุดรอบ 14 เดือน หลังม็อบ เสธ.อ้าย ไร้ความรุนแรง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. 2555 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกรายการติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ 79.1 เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. ที่อยู่ 77.8 และปรับตัวสูงสุดในรอบ 14 เดือน นับตั้งแต่เกิดปัญหาน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความวุ่นวายทางการเมืองคลายตัวลง หลังจากการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว อีกทั้งยังไม่เกิดความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วันทั่วประเทศในปี 2556 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย
สำหรับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี โดยการส่งออกเดือน ต.ค. ปรับตัวดีขึ้น ขยายตัว 15.6% ส่งผลให้ประชาชน กล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ในขณะที่ปัจจัยลบมีน้ำหนักน้อยกว่า ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงขาขึ้น คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นน่าจะกลับมาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปลายไตรมาสแรกปี 2556 และตั้งแต่ไตรมาส 2 การใช้จ่ายจะเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นยังมาจากดัชนีชี้วัดอื่น ได้แก่ ดัชนีความต้องการซื้อรถยนต์คันใหม่เพิ่มขึ้นจาก 103.4 อยู่ที่ 107.4 สูงสุดในรอบ 14 เดือน โดยเป็นผลจากมาตรการรถยนต์คันแรกของรัฐ ส่งผลให้ประชาชนต้องการซื้อรถจำนวนมาก เห็นได้จากมหกรรมแสดงรถยนต์มียอดจองคึกคัก
ด้านความต้องการซื้อบ้านหลังใหม่มีการขยายตัวเช่นกันจาก 74.3 เพิ่มเป็น 76.8 ส่วนความต้องการท่องเที่ยวจาก 95.6 เพิ่มเป็น 99.3 และความต้องการลงทุนทำธุรกิจจาก 80.9 เพิ่มเป็น 82.6
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 61.4 เพิ่มจาก 60.1 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 85 เพิ่มจาก 83.6 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 69.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ 68.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 71.2 เพิ่มจาก 69.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 96.8 เพิ่มจาก 95.3
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นที่เพี่มขึ้น ทำให้ดัชนีความต้องการซื้อรถยนต์คันใหม่เพิ่มขึ้นจาก 103.4 อยู่ที่ 107.4 สูงสุดในรอบ14 เดือน โดยเป็นผลจากการมาตรการรถยนต์คันแรกของรัฐ ส่งผลให้ประชาชนต้องการซื้อรถจำนวนมาก เห็นได้จากมหกรรมแสดงรถยนต์มียอดจองคึกคัก ส่วนความต้องการซื้อบ้านหลังใหม่มีการขยายตัวเช่นกันจาก 74.3 เพิ่มเป็น 76.8 ความต้องการท่องเที่ยวจาก 95.6 เพิ่มเป็น 99.3 และความต้องการลงทุนทำธุรกิจจาก 80.9 เพิ่มเป็น 82.6
นายพงษ์ศักดิ์ อัสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า อัตรา การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศปี 2555 จะอยู่ที่ 5.5% ส่วนปี 2556 อยู่ที่ 4-5% โดยตัวเลขการส่งออกปี 2556 น่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 0-5%ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโลกด้วย โดยสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะมีการขยายตัว ได้แก่ อุตสาหกรรม เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี มันสำปะหลัง และยานยนต์







