
CKทำถนนลาว660ล.
งานในมือทุบสถิติ1.5แสนล้าน หุ้นรับเหมาคึกคักดักงานรัฐอื้อ
งานในมือทุบสถิติ1.5แสนล้าน หุ้นรับเหมาคึกคักดักงานรัฐอื้อ
ช.การช่าง แรงจนฉุดไม่อยู่ ล่าสุดได้งานสร้างถนนในลาว 660 ล้านบาท งานในมือนิวไฮ 1.5 แสนล้าน
บริษัท ช.การช่าง (CK) ได้ลงนามในสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างถนนเส้นภูดู่-ปากลาย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กับกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่าสัญญาประมาณ 660 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างเสร็จประมาณ 18 เดือน
ด้านนายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร บริษัท ช.การช่าง (CK) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีงานในมือเป็น 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ 1.8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าจะรับรู้รายได้มากกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ในปี 2555-2556 ประมาณ 10%
งานโครงการไซยะบุรีในปีนี้รับรู้รายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท คาดว่าปี 2556 บริษัทจะได้งานใหม่อีกประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่มีงานใหม่เข้ามาประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากในปีหน้าภาครัฐจะมีงานประมูลโครงการสาธารณูปโภคจำนวนมาก ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น
นายประเสริฐ กล่าวถึงการนำหุ้นบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าจะยื่นไฟลิงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2556
ด้านการซื้อขายหุ้น CK วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนยังคงไล่ซื้อหุ้นจนราคาไต่ขึ้นทำสถิติสูงสุดของปีนี้ไม่หยุด โดยปิดที่ระดับ 10.30 บาท บวก 0.35 บาท หรือ 3.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขายจำนวน 588 ล้านบาท หลังจากวันก่อนหน้านี้เด้งขึ้นกว่า 8.15% ปิดที่ 9.55 บาท
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อหุ้น CK หลังเห็นสัญญาณบวกทางเทคนิค โดยให้ราคาเป้าหมายช่วงสั้น 10.50 บาท และ 10.70 บาท
นอกจากหุ้น ช.การช่าง จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนในช่วงนี้แล้ว หุ้นรับเหมาก่อสร้างหลายตัว ราคาก็ขยับขึ้นด้วย เช่น บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) หลังมีข่าวว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลครั้งแรกในรูปหุ้นปันผล ทำให้ราคาวิ่งแรงถึง 1.74 บาท แต่ในช่วงบ่ายบริษัทก็ปฏิเสธข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ราคาอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงปิดบวกจากวันก่อน 0.03 บาท ที่ระดับ 1.66 บาท ทั้งนี้ NWR วิ่งขึ้นมารวดเดียวจากแถวๆ ราคา 1.20 บาท
ด้านหุ้นบริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ก็ขยับขึ้นแรงปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 1.91 บาท บวก 0.07 บาท หรือ 3.80% แต่มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 1.83 ล้านบาทเท่านั้น
นายเจริญ จันทร์พลังศรี กรรมการผู้จัดการ TPOLY กล่าวว่า ปีนี้รายได้คงจะทำได้จำนวน 2,400 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน พลาดเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,800-3,000 ล้านบาท และยังขาดทุน คาดว่ารายได้เติบโตก้าวกระโดดในปีหน้าเป็น 3,700 ล้านบาท และผลประกอบการพลิกเป็นกำไรสุทธิ โดยขณะนี้มีงานในมือแล้ว 3,800-4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าในปีหน้าเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังตั้งเป้าหมายในปี 2558 รายได้พุ่งแตะ 5,000 ล้านบาท หลังจากรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า 4 แห่งที่จะเข้ามาประมาณ 800 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีความชัดเจน
“ในปี 2556 อัตรากำไรเพิ่มสูงขึ้น โดยธุรกิจโรงไฟฟ้ามีอัตรากำไรสุทธิกว่า 12% และอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีอัตรากำไรอยู่ที่ประมาณ 9%” นายเจริญ กล่าว
ด้านตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ธ.ค. ปรับตัวลงเป็นวันแรกในรอบ 10 วัน โดยดัชนีหุ้นปิดที่ 1,330.06 จุด ลดลง 2.86 จุด มูลค่าการซื้อขายบางตา 30,100.24 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 688 ล้านบาท และซื้อในตลาดตราสารหนี้ 5,707 ล้านบาท
ขณะที่ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงอีกประเภทหนึ่ง ราคายังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง ทองคำแท่งในประเทศลดลงบาทละ 200 บาท รับซื้อที่ 2.47 หมื่นบาท และขายออก 2.48 หมื่นบาท และราคาทองในตลาดล่วงหน้าในเอเชียยังคงลดลง
“หุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงและนานหลายวัน จะมีแรงขายหุ้นออกมาเป็นธรรมดา ในช่วงนี้คงจะสลับกันไปเล่นหุ้นตัวเล็กตัวน้อย เพื่อเก็งกำไรท่ามกลางแรงขายหุ้นตัวใหญ่ เนื่องจากความกังวลปัญหาหนี้สหรัฐ และหนี้ยุโรปอีกครั้ง” มาร์เก็ตติงกล่าว







