
‘ธพว.’งดรับรีไฟแนนซ์หนี้
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ไฟเขียวแผนฟื้นฟูกิจการ เล็งปรับโครงสร้างหนี้
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ไฟเขียวแผนฟื้นฟูกิจการ เล็งปรับโครงสร้างหนี้
งดรับรีไฟแนนซ์ลูกหนี้แบงก์อื่น พร้อมขยายสินเชื่อคุณภาพ คิดอกเบี้ยตามต้นทุน หวังกดหนี้เน่าสิ้นปีเหลือ 3.2 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ อนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการตามที่คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเอสเอ็มอีแบงก์ ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน โดยมีข้อสรุป 5 ด้าน ได้แก่ การแก้ไขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งมีการประมาณการเบื้องต้นว่ายอดหนี้เอ็นพีแอล ณ สิ้นปี 2555 อาจจะเพิ่มสูงกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท หากไม่เร่งแก้ไข แต่กรณีที่ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ คาดว่าจะลดยอดเอ็นพีแอลสิ้นปีนี้เหลืออยู่ที่ระดับ 3.2 หมื่นล้านบาทได้
ทั้งนี้ จะต้องเร่งบริหารจัดการหนี้ในชั้นกฎหมายทุกขั้นตอนให้เร็ว ปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้เฉพาะที่มีความสามารถชำระหนี้ที่แท้จริง บริหารทรัพย์สินรอการขาย หรือเอ็นพีเอให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ต้องเร่งขยายสินเชื่อคุณภาพ มุ่งเน้นการออกสินเชื่อที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของผู้ประกอบการ เน้นปล่อยกู้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี และเลี่ยงการรับรีไฟแนนซ์ลูกหนี้มาจากสถาบันการเงินอื่น
กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายของธนาคาร พร้อมกันนี้ต้องเพิ่มส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย โดยการเพิ่มดอกเบี้ยรับ กำหนดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานจากเดิมที่มีเฉพาะอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) โดยให้เพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) และกำหนดดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย
นอกจากนี้ ให้ลดดอกเบี้ยจ่าย โดยปรับเปลี่ยนแหล่งเงินทุนระยะสั้นเป็นระยะยาว แสวงหาผู้ฝากรายย่อยแทนผู้ฝากรายใหญ่ รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ การหาระบบคอร์แบงก์กิงและระบบ Management Information System (MIS) ที่สมบูรณ์ภายใน 9 เดือน พัฒนาบุคลากรกับด้านเทคโนโลยี และแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับบริษัทเดิมที่เคยเป็นคู่สัญญาในการพัฒนาระบบคอร์แบงก์กิง
สำหรับด้านสุดท้าย คือการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน มุ่งเน้นการแก้ปัญหาขั้นตอนกระบวนการทำงานโดยเฉพาะการอำนวยสินเชื่อ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร วิเคราะห์และกระจายอัตรากำลังให้สอดคล้องกับองค์กร หลังจากบอร์ดธนาคารเห็นชอบแล้วก็จะนำเสนอต่อนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ต่อไป







