
คุณค่าท้องถิ่น
สัปดาห์นี้ Hi Crafts จะพาผู้อ่านย้อนกลับมาดูว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นหยั่งรากลึกลงในสังคมไทยอย่างไร กว่าจะกลายมาเป็นงานศิลปหัตถกรรมร่วมสมัยเป็นที่ยอมรับทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ตาม Hi Crafts มาเลยครับ
ถ้าพูดถึงงานหัตถกรรม สิ่งแรกที่ Hi Crafts นึกถึงและเห็นว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น ก็คงจะเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน เรียกว่างานหัตถกรรมแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนเลยก็ว่าได้ จากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ไม่มีเวลาหยุดนิ่ง งานหัตถกรรมจึงจำเป็นต้องมีวิวัฒนาการต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งด้วยเช่นกัน เพื่อดำรงไว้ซึ่งคุณค่าของงานหัตถกรรมท้องถิ่น แต่การจะธำรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งงานหัตถกรรมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งเปรียบเสมือนสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน ที่สะท้อนออกมาเป็นงานหัตถกรรมร่วมสมัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอย่างลงตัว
Hi Crafts คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ที่จะส่งเสริมให้งานหัตถกรรมเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันได้ แต่ไม่ใช่เรื่องยากครับ มาดูกันครับว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนกันอย่างไร
งานหัตถกรรมนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยที่มีรากเหง้าอยู่ในอดีตมาอย่างยาวนานแล้วละครับ แต่วัฒนธรรมก็เหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเป็นพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มากกว่าจะเป็นเพียงวัตถุสิ่งของที่หยุดนิ่ง และ
“รากแก้ว” ของวัฒนธรรมไทยที่เคยให้ร่มเงากับบรรพบุรุษไทยนั้น เมื่อเติบโตเต็มที่จนยากที่จะขยายต่อไปได้ก็จะต้องผุพังไป ทิ้งไว้เพียงแต่ “เมล็ดพันธุ์” ที่จะงอกรากเป็น “ต้นไม้วัฒนธรรมไทย” และพร้อมที่จะให้ร่มเงากับคนรุ่นต่อๆ ไปและยิ่งไปกว่านั้น การกลายพันธุ์ของเมล็ดวัฒนธรรมนั้น ย่อมเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของวิวัฒนาการที่วัฒนธรรมเก่าต้องตายไป เพื่อช่วยให้วัฒนธรรมใหม่ได้มีที่ว่างเพื่อการเติบโตต่อไป โดยวัฒนธรรมที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ใหม่นั้น ย่อมมีรากเหง้าร่วมกับวัฒนธรรมไทยในครั้งบรรพกาล ดังนั้นการที่เราจะร่วมกันธำรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งศิลปะพื้นถิ่นด้านงานหัตถกรรมได้นั้น เราจะต้องผสมผสานภูมิปัญญาเดิมให้เป็นเสมือนตัวเล่าเรื่องวิถีชีวิตอันงดงามครั้งเก่า หลอมรวมเข้ากับแนวคิดสมัยใหม่ที่ผ่านการสังเคราะห์ ผสมผสาน ปรับเปลี่ยน ประยุกต์รูปลักษณ์ให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ที่มีรูปแบบหลากหลาย
และการที่จะเสริมสร้างให้งานหัตถศิลป์ไทยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้นั้น ผลิตภัณฑ์ของเราก็จะต้องแสดงออกให้เห็นถึงวัฒนธรรม หรือเรื่องราวของความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือที่มาที่ไปของสินค้า ผ่านกระบวนความคิดเชิงสร้างสรรค์ด้านการออกแบบด้วยการเพิ่มเสน่ห์ที่จับต้องได้ สัมผัสได้ถึงคุณค่าอันสุนทรียะละเอียดอ่อน และสามารถส่งผ่านคุณค่าหรือความหมายในความเป็นไทยได้อย่างลงตัว และจะต้องมีการผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้เป็นอย่างดีด้วย ที่สำคัญผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีความร่วมสมัยไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ล้าสมัยเมื่อกาลเวลาผ่านไป และยินดีที่จะส่งมอบคุณค่านี้ไปสู่รุ่นต่อๆ ไปด้วยความภาคภูมิใจ
และอีกหนึ่งสิ่งที่จะต้องเสริมสร้างคุณค่าควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ นั่นก็คือ การยกระดับครูช่างและช่างฝีมือให้มีทักษะ ความชำนาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วย ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์เชิงอนุรักษ์หรือคงไว้คุณค่าดั้งเดิม (Heritage Craft) และผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมใหม่ (Innovative Craft) และพร้อมๆ กันนั้น เราจะต้องสนับสนุนการสืบทอดหรือส่งต่อคุณค่าแห่งช่างหัตศิลป์ไทยที่อุดมด้วยภูมิปัญญาอันปราดเปรื่องไปสู่อนุชนรุ่นหลังผู้มีใจรักษ์งานหัตถศิลป์ หรือการสร้างทายาทรุ่นใหม่ในการทำหน้าที่เป็นผู้รักษาคุณค่าเดิม (Heritage) ต่อยอดคุณค่าใหม่ด้วยการเพิ่มเสน่ห์ที่สะท้อนวิถีชีวิต (Way of Life) และผสมผสานด้วยนวัตกรรม (Innovative) เพื่อเมล็ดพันธุ์ทางวัฒนธรรมจะได้เติบโต ต่อยอดกิ่งก้านสาขาเป็นต้นไม้วัฒนธรรมที่ให้ร่มเงากับเราต่อไปตราบนานเท่านาน และพร้อมที่จะให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์ใหม่ต่อไปอย่างไม่รู้จบ
แต่การที่เราจะร่วมเสริมสร้างคุณค่าท้องถิ่น เพื่อการยอมรับในระดับสากลได้นั้น เราจะต้องมีความเข้าใจ ตระหนัก เห็นคุณค่า และภาคภูมิใจในสิ่งนั้นก่อนนะครับ โดยต้องช่วยกันใช้ ช่วยกันบริโภค เพื่อสร้างกระแส โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ให้งานหัตถกรรมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนใช้กันโดยไม่เคอะเขิน ประหนึ่งว่าเป็นสินค้าแฟชั่นที่ทุกคนต้องใช้ หากใครไม่มีถือว่าไม่เข้าพวก และจะต้องร่วมกันพัฒนาให้รูปแบบงานหัตถกรรมของเรามีความร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา ประยุกต์ ดัดแปลงให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนในแต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศตามความต้องการ ซึ่งเชื่อว่าฝีมือและการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของเราไม่แพ้ชาติใดในโลก
แต่ข้อจำกัดของงานหัตถกรรมก็มีบ้างเหมือนกันนะครับ สิ่งแรก คือ เป็นงานทำมือซะเป็นส่วนใหญ่ หากต้องการในครั้งละเยอะๆ คงผลิตกันไม่ทันนะครับ เพราะงานบางชิ้นอาจต้องใช้เวลานาน ต้องสั่งจองกันล่วงหน้านับเดือนเลยทีเดียว ประการต่อมา คือ ด้วยความที่เป็นงานทำมือ อาจพบจุดตำหนิกันบ้างนะครับ อย่างงานผ้าทอมือ เราจะเห็นรอยต่อของเส้นฝ้าย หรือความแน่น ความถี่ของเนื้อผ้าอาจมีหนักเบาไม่เท่ากัน ซึ่งหากจะเอาไปใช้งาน ก็คงต้องคิดหรือออกแบบกันนิดนึงว่าจะเอาไปทำอะไรนะครับ จะตัดเสื้อ ทำผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูเตียง เราอาจจะต้องใช้ผ้าที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันไป
Hi Crafts เชื่อมั่นว่า หากเราร่วมกันจริงๆ จังๆ ไม่มัวยึดติดว่าของไทยๆ เป็นสิ่งล้าสมัย ใช้ตัวเองเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เข้าใจ และยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ งานหัตถกรรมไทยของเราก็จะแพร่หลายไปทั่วโลกได้แน่นอน
กลับมาพบกันใหม่ทุกวันเสาร์ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือนครับ







