
เศรษฐกิจตกต่ำ คนสหรัฐไม่ปั๊มลูก
อัตราการเกิดใหม่ของทารกในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ร่วงหล่นลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2463 อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ฉุดความมั่นใจต่อการมีทายาทของคนสหรัฐโดยตรง
อัตราการเกิดใหม่ของทารกในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ร่วงหล่นลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2463 อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ฉุดความมั่นใจต่อการมีทายาทของคนสหรัฐโดยตรง
พิว รีเสิร์จ เปิดเผยผลการศึกษาว่า ในระหว่างปี 2552-2553 นั้นอัตราการเกิดใหม่ของเด็กทารกในสหรัฐลดลงถึง 8% ทีเดียว โดยสตรีที่เกิดในสหรัฐนั้น อัตราการมีบุตรใหม่ลดลงถึง 6%
รายงานระบุว่า ผลกระทบหลักนั้นเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เซื่องซึมโดยตรง โดยสตรีที่เป็นชาวต่างชาติในสหรัฐนั้น มีอัตราการให้กำเนิดทารกใหม่ลดลง 14% และกลุ่มสตรีสายเลือดเม็กซิกันก็ให้กำหนดทารกใหม่ลดลงถึง 23% โดยอัตราการเกิดใหม่ในปี 2554 นั้นถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2463 อีกด้วย ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการบันทึกสถิติของสหรัฐ
จากผลศึกษาของพิว รีเสิร์จ ก่อนหน้านี้ ในช่วงระหว่างปี 2550-2551 ถือเป็นช่วงวิกฤตที่สุดของอัตราการเกิดของทารกใหม่ในสหรัฐ แต่ทว่าในที่สุดปี 2554 ก็กลับแซงหน้าขึ้นมาได้
รายงานระบุว่า กลุ่มสตรีที่มีเชื้อสายต่างชาติและละตินอเมริกา เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเกิดใหม่ของทารกต่ำที่สุด ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนสหรัฐที่มีความเครียดต่อปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า การคุมกำเนิดที่มากขึ้นของกลุ่มสตรีละตินอเมริกานั้น อาจจะมีบทบาทต่อสถิติดังกล่าวมากขึ้นก็เป็นได้







