
ก.เกษตรไม่เลื่อนปลูกข้าวนาปียันมีน้ำพอ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังบริหารจัดการน้ำได้ตามแผน จึงไม่เลื่อนปลูกข้าวนาปี แต่ภัยแล้งภาคอีสานน่าเป็นห่วงเตือนงดนาปรังและเลี้ยงกุ้ง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังบริหารจัดการน้ำได้ตามแผน จึงไม่เลื่อนปลูกข้าวนาปี แต่ภัยแล้งภาคอีสานน่าเป็นห่วงเตือนงดนาปรังและเลี้ยงกุ้ง
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำเพื่อการเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้งว่า ขณะนี้างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาตรน้ำกว่า 5.3 หมื่นล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 72% ของความจุอ่างฯ โดยมีน้ำใช้การได้ประมาณ 3 หมื่นล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 40% แบ่งออกเป็น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 63% ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 67% ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 76% ของความจุอ่าง ซึ่งถือว่าเพียงพอกับแผนการปลูกพืชฤดูแล้งในปี 2555/56 และยังไม่มีสัญญาณที่จะต้องเลื่อนการปลูกข้าวนาปี
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของความจุอ่างฯ มีจำนวน 2 อ่าง ได้แก่ เขื่อนห้วยหลวง ปริมาณน้ำในอ่างฯ 39 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29% ของความจุอ่างฯ และเขื่อนลำปาว ปริมาณน้ำ 333 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 17% ของความจุอ่างฯ โดยในภาพรวมของภาคอีสานปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำที่เน้นสนับสนุนการอุปโภค-บริโภค การผลิตประปา และรักษาระบบนิเวศน์เป็นหลัก ส่วนด้านการเกษตรต้องให้งดการทำนาปรัง การเลี้ยงกุ้งและปลาในกระชัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำที่รุนแรงตลอดในช่วงหน้าแล้งนี้







