
แม่บทพลังงานคนหวั่นราคาสูงชี้เพิ่มทางเลือก
สนพ.เตรียมยกร่างแผนแม่บทพลังงานไทยอีก 20 ปีข้างหน้า ผลรับฟังความคิดเห็นห่วงราคาพลังงานสูง แนะรัฐวางแผนส่งเสริมพลังงานทางเลือก
สนพ.เตรียมยกร่างแผนแม่บทพลังงานไทยอีก 20 ปีข้างหน้า ผลรับฟังความคิดเห็นห่วงราคาพลังงานสูง แนะรัฐวางแผนส่งเสริมพลังงานทางเลือก
นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลการศึกษาแผนแม่บทพลังงานของประเทศ 20 ปี ที่มาจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นของทั่วประเทศ ขณะนี้แล้วเสร็จอยู่ระหว่างการทำรายละเอียดทั้งหมดคาดประมาณเดือน ส.ค. 2556 จะส่งมอบให้กระทรวงพลังงานใช้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาพลังงานไทยในอนาคตเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญคือความมั่นคงด้านพลังงานและการยอมรับ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
สำหรับผลการศึกษาระบุว่า ปัจจัยที่ประชาชนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้ามากที่สุดคือ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและปัญหาความไม่สงบในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซ เศรษฐกิจโลกมีการแข่งขันสูง การค้าการลงทุนที่ไร้พรมแดนและภาวะโลกร้อน ทั้งนี้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรมีนโยบายในการส่งเสริมพลังงานทางเลือก การส่งเสริมการใช้พลังงานที่ผลิตได้ในประเทศจากพืช เพื่อลดปริมาณการนำเข้า เพื่อให้มีแหล่งพลังงานหลากหลายการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการให้ความรู้ประชาชนในการใช้พลังงานอย่างประหยัด
ทั้งนี้ในวงเสวนาแนวทางและกลยุทธ์ในการรับมือพลังงานในอนาคตนั้น นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า การแสวงหาพลังงานจะต้องสอดคล้องกับความต้องการใช้ในอนาคต ซึ่งพลังงานประเทศไทยอยู่ในกลุ่มการค้าที่ค่อนข้างผูกขาด รัฐควรส่งเสริมให้มีการแข่งขันเพิ่ม โดยเฉพาะการส่งเสริมการสร้างพลังงานไฟฟ้าในชุมชน ในขณะที่อนาคต เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ราคาพลังงานจะต้องไม่แพง ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลราคาพลังงานออกมา เพราะราคาพลังงานถือเป็นปัญหาอ่อนไหวทางการเมือง อย่างไรก็ตามจำเป็นที่รัฐจะต้องบอกต้นทุนที่แท้จริงและภาระในการเข้าไปอุดหนุนให้กับประชาชนได้รับรู้ไม่ใช่ปล่อยไปเพื่อต้องการประชาชานิยม ซึ่งขณะนี้หากจะลอยตัวราคาแก๊ซเป็น 36 บาทต่อกก. ทุกหน่วยเตรียมเครื่องมือไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยไว้แล้ว เช่นช่วยเหลือเป็นคูปองให้กับประชาชนที่ใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยที่ได้การยกเว้นค่าไฟในปัจจุบันเหลือเพียงฝ่ายนโยบายตัดสินใจเท่านั้น
นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า การใช้เงินของกองทุนน้ำมันมาชดเชยหรืออุดหนุนให้ประชาชนใช้พลังงานราคาถูกเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประชานิยม ที่ทำเพื่อเอาใจประชาชน ซึ่งจากนโยบายอย่างนี้ทำให้ประชาชนขาดความสนใจว่าควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการรับภาระอะไรบ้างและประเทศชาติต้องรับภาระอะไร เช่นนโยบายรถคันแรก ประชานบางกลุ่มและรัฐบาลได้ประโยชน์แต่ขาดการบอกเล่าว่าอนาคตประเทศชาติเสียอะไร รัฐบาลไม่ควรให้อะไรฟรีๆแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับปัญหาพลังงานชาติไม่ได้







