posttoday
เลือกรูปแบบกองทุนLTF และ RMF ให้เหมาะกับคุณ (ตอน 1)

เลือกรูปแบบกองทุนLTF และ RMF ให้เหมาะกับคุณ (ตอน 1)

30 พฤศจิกายน 2555

เลือกรูปแบบกองทุน LTF และ RMF ให้เหมาะกับตัวคุณ ตอนที่ 1 ในช่วงปลายปีนักลงทุนอาจจะเริ่มหาการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษี เช่น กองทุน RMF และ LTF โดยเฉพาะกองทุน RMF ที่มีให้เลือกลงทุนหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน การลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ทองคำ น้ำมัน เป็นต้นแต่การเลือกกองทุนที่จะลงทุนนั้น สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือรูปแบบของการบริหารกองทุนนั้นๆ

เลือกรูปแบบกองทุน LTF และ RMF ให้เหมาะกับตัวคุณ ตอนที่ 1 ในช่วงปลายปีนักลงทุนอาจจะเริ่มหาการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษี เช่น กองทุน RMF และ LTF โดยเฉพาะกองทุน RMF ที่มีให้เลือกลงทุนหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน การลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ทองคำ น้ำมัน เป็นต้นแต่การเลือกกองทุนที่จะลงทุนนั้น สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือรูปแบบของการบริหารกองทุนนั้นๆ

โดยการจัดการกองทุนอาจแบ่งรูปแบบการลงทุนเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ การลงทุนสไตล์ตั้งรับ และการลงทุนสไตล์เชิงรุก

การลงทุนสไตล์ตั้งรับ (Passive) จะเน้นผลตอบแทนการลงทุนเท่ากับตลาดหรือเท่ากับเกณฑ์ชี้วัดหรือเกณฑ์มาตรฐานที่อ้างอิง (Benchmark) ซึ่งเกณฑ์ชี้วัดนี้ จะผูกค่าไว้กับผลตอบแทนของตราสารหรือสินทรัพย์ เช่น กองทุนตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาลไทยเน้นสไตล์ตั้งรับ โดยมีเกณฑ์ชี้วัดเท่ากับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 5 ปี ถ้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 5 ปีอยู่ในระดับใด ผลตอบแทนจะต้องไล่เลี่ยหรือไม่แตกต่างมากกับเกณฑ์ชี้วัด ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปี เป็นต้น

การที่เราเรียกสไตล์การลงทุนแบบนี้ว่า “Passive” เพราะการลงทุนแบบนี้เน้นให้สินทรัพย์มีผลตอบแทนไล่เลี่ยกับเกณฑ์ชี้วัด โดยผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่คือปรับสัดส่วนของการลงทุนให้เป็นไปตามการเคลื่อนไหวของตลาด เช่น กองทุนสไตล์ Passive ที่เน้นผลตอบแทนเท่ากับหุ้นในกลุ่ม SET 50 ซึ่งผู้จัดการกองทุนหุ้นจะทำหน้าที่จัดสรรพอร์ตการลงทุนให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี SET 50 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงดัชนี SET 50 เช่น มีการเปลี่ยนหุ้นของบริษัท Intuch เข้าในดัชนี SET 50 และสมมติว่าถอดหุ้นธนาคารเกียรตินาคินออก ผู้จัดการกองทุนจะต้องปรับพอร์ตการลงทุนของตนให้ตามตลาดคือลงทุนในหุ้นที่อยู่ใน SET 50 ใหม่คือ Intuch และลดการลงทุนในตัวที่ถูกถอดออกคือ ธนาคารเกียรตินาคิน เป็นต้น

เห็นได้ว่าผู้จัดการกองทุนจะทำหน้าที่คล้ายๆ เป็นหุ่นยนต์ ถ้าดัชนี SET 50 ไม่เปลี่ยน ผู้จัดการกองทุนอยู่นิ่งๆ ถ้ามีการเปลี่ยนก็ปรับพอร์ตการลงทุนของตนให้เหมือนกับดัชนี SET 50

ถ้าพิจารณาจากสถิติผลตอบแทนของการลงทุนย้อนหลังไปหลายสิบปีจะพบว่า ผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Passive จะดีกว่าผลตอบแทนของหุ้นแบบ Active มาก แต่ความจริงข้อนี้ได้รับการพูดถึงกันน้อยในวงการลงทุนเมืองไทย

ขณะที่รูปแบบการลงทุนสไตล์ Passive อีกแบบคือ “Passive แบบ Enhance” กล่าวคือผู้จัดการกองทุนอาจปรับพอร์ตการลงทุนของตนได้บ้าง แต่จะไม่ปรับพอร์ตทั้งหมดหรือทำในจำนวนถี่ๆ หรือมากครั้ง เพราะการลงทุนสไตล์นี้ต้องการให้ผลตอบแทนชนะเกณฑ์ชี้วัดหรือดัชนีมาตรฐานที่อ้างอิง (Benchmark) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

กล่าวได้ว่ารูปแบบการลงทุนแบบ Passive และ Passive แบบ Enhance คือการลงทุนโดยกำหนดสัดส่วนการลงทุน หรือมีปัจจัยความเสี่ยงให้ใกล้เคียงเกณฑ์ชี้วัดหรือดัชนีมาตรฐานที่อ้างอิง หรือมีการเบี่ยงเบนไปไม่มากนัก ดังนั้นผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนประเภท Passive Fund และ Passive Enhance Fund จะใกล้เคียงดัชนีอ้างอิงหรือเกณฑ์ชี้วัด

ในขณะที่การลงทุนสไตล์เชิงรุก หรือการลงทุนสไตล์ Active คือการลงทุนโดยกำหนดสัดส่วนการลงทุน หรือลงทุนเชิงรุกโดยยินยอมให้ผลของการลงทุนมีปัจจัยความเสี่ยงมากกว่าเกณฑ์อ้างอิงในระดับหนึ่ง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนดีกว่าเกณฑ์ชี้วัดหรือดัชนีอ้างอิง

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของการลงทุนแบบ Active อาจจะไม่ได้เป็นไปตามทิศทางตลาดทั้งหมด โดยผลตอบแทนอาจแตกต่างจากดัชนีอ้างอิงมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับระดับการเบี่ยงเบนสัดส่วนการลงทุน หรือปัจจัยความเสี่ยงที่แตกต่างจากดัชนี โดยเราสามารถแบ่งรูปแบบการลงทุนของ Active ออกเป็น 2 แบบ

1.Active แบบมีเกณฑ์ชี้วัด (Relative Active) ที่จะต้องทำผลตอบแทนให้ชนะดัชนีเกณฑ์ชี้วัด ซึ่งจะกำหนดเกณฑ์ชี้วัดตามราคาหรือผลตอบแทนของสินทรัพย์ในตลาด เช่น กองทุนหุ้นสไตล์ Active โดยมีเกณฑ์ชี้วัดคือ ดัชนี SET เป็นต้น ซึ่งผู้จัดการกองทุนนี้จะต้องบริหารผลตอบแทนการลงทุนให้ชนะดัชนีเกณฑ์ชี้วัดให้มากที่สุด เช่น อัตราผลตอบแทนหุ้นหรือดัชนี SET ปี 2555 เทียบกับสิ้นปี 2554 อยู่ที่ 28% กองทุนสไตล์ Active จะต้องสร้างผลตอบแทนให้มากกว่า 28% และถ้าสมมติว่าผลตอบแทนของ SET เป็นลบ ผลตอบแทนของกองทุนสไตล์ Active ก็ต้องติดลบน้อยกว่าดัชนี

2.Active แบบ Absolute คือการลงทุนโดยไม่ได้กำหนดสัดส่วนการลงทุน แต่มุ่งสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้อัตราผลตอบแทนจะไม่เป็นไปตามทิศทางตลาด ดังนั้นผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนประเภท Absolute Fund จะไม่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ชี้วัด ตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่เกษียณอายุจ้างผู้จัดการกองทุนบริหารเงินลงทุนส่วนตัวให้ โดยกำหนดว่าต้องการลงทุนในหุ้นโดยผลตอบแทนที่ต้องการคือ ปีละ 5% ต่อปี โดยไม่ว่าปีนั้นตลาดหุ้นจะติดลบเท่าไหร่ แต่ผลตอบแทนจะต้องอยู่ที่ 5% ต่อปี เป็นต้น

หมายเหตุ โปรดติดตามตอนจบในสัปดาห์หน้า และบทความนี้เป็นทัศนะส่วนตัวของผู้เขียนไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่สังกัด ทั้งนี้ขอขอบคุณ คุณรุ่งโรจน์ นิลนพคุณ ผู้จัดการกองทุนของ บลจ.ฟินันซ่า สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดและข้อมูล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท