
จอมืดทำ true ฟื้นช้า
โครงสร้างต้นทุนของ 3G ที่ลดลงยังคงไม่เพียงพอปลดล็อกบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ออกจากปัญหาหนี้สินที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ธุรกิจเพย์ทีวีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
โครงสร้างต้นทุนของ 3G ที่ลดลงยังคงไม่เพียงพอปลดล็อกบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ออกจากปัญหาหนี้สินที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ธุรกิจเพย์ทีวีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คาด TRUE จะไม่เข้าสู่จุดคุ้มทุนจนกว่าปี 2558 ราคาหุ้นปัจจุบันเทียบมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EV/EBITDA) มีส่วนลดเพียง 3% เทียบบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มูลค่าหุ้น TRUE แพง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น “ขาย” ราคาเป้าหมาย 4.2 บาท/หุ้น
ราคาหุ้น TRUE ปรับตัวสูงกว่าราคาเป้าหมายของ บล.ธนชาต ซึ่งได้มีการปรับขึ้นไปแล้ว 31% เพื่อสะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่ลดลงของธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และยังคงสามารถให้บริการ 3G ตามสัญญาบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ รวมถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งกว่า 8% ในช่วงปี 2556-2558 และอัตรา EBITDA Margin หรืออัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาขยายตัวอีกเท่าตัวในปี 2557 อย่างไรก็ตาม TRUE ยังขาดทุนจำนวนมากในช่วง 2 ปีข้างหน้า ในขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจมือถือในปี 2558 ไม่น่าตื่นเต้นนัก ณ EV/EBITDA 7.3 เท่า เทียบเท่า EV/EBITDA Discount เพียง 3% ต่อ DTAC
TRUE ยังมีหนี้สินการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ทั้ง 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็นหนทางเพียงทางเดียวที่บริษัทสามารถเพิ่มพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมเทียบเท่าคู่แข่ง ถึงแม้โครงสร้างต้นทุนของ 3G 850 เมกะเฮิรตซ์ จะลดลงและลดภาระการลงทุนของ 3G อย่างไรก็ตาม TRUE จำเป็นจะต้องเข้าสู่รอบการลงทุนครั้งใหม่และต้องกู้ถึงแม้ TRUE Mobile สามารถแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้เพิ่มขึ้น และ บล.ธนชาตคาดว่ารายได้เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมที่ 14% ในปี 2556-2557
TRUE จะยังคงไม่สามารถสร้างกำไรได้เพียงพอชดเชยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ณ ประมาณการอัตราการเคลื่อนย้ายของผู้ใช้บริการให้หันมาใช้ 3G ที่ระดับ 50% และการฟื้นตัวของอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็น 6% ผลการดำเนินงานของ TRUE จะยังคงขาดทุนและไม่มีสัญญาณฟื้นตัวจนกว่าปี 2558
nจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของธุรกิจเพย์ทีวี
ทรูวิชั่นส์แพ้การประมูลสิทธิในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซึ่งเป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงให้แก่บริษัท Cable Thai Holding (CTH) และนี่เกิดขึ้นเพียงหลังบริษัทได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทรูวิชั่นส์ซึ่งเป็นบริษัทที่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัท ต้องเผชิญกับการขาดทุนในปีนี้
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญครั้งนี้ สร้างแรงกดดันให้กับทรูวิชั่นส์เป็นอย่างมาก และคาดรายได้ต่อเลขหมายของทรูวิชั่นส์จะปรับตัวลดลงพร้อมกับอัตรา Churn Rate และในขณะที่สมาชิกผู้ใช้บริการอาจเปลี่ยนโปรโมชันมายังโปรโมชันที่มีราคาถูกกว่า ผลกระทบดังกล่าวจะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 4 ปี 2556 และปรับลด EBITDA ของทรูวิชั่นส์ลง 22% รวมธุรกิจบรอดแบนด์ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง เนื่องจากโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ตโฟนได้รับความนิยมสูง รวมถึงการใช้งานด้าน Social Network และฐานะการเป็นผู้นำตลาดของ TRUE
ธุรกิจบรอดแบนด์มีการเติบโตสูงและยังคงสร้างกำไรให้กับ TRUE ได้อย่างดี แนวโน้มดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อเนื่องถึงแม้มีการเปลี่ยนของเทคโนโลยีเป็น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ 3G เนื่องจาก 3G และบรอดแบนด์ไม่ใช่สินค้าทดแทนกัน
กำไรของธุรกิจบรอดแบนด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงไม่พอชดเชยการขาดทุนของธุรกิจโทรศัพท์มือถือและทำให้มีกำไรได้
TRUE รายงานผลขาดทุน 1,800 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2555 หากไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยนมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 1,980 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 10% โดยขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาส 2 ปี 2555 ที่ขาดทุน 1,260 ล้านบาท และ 1,750 ล้านบาท ตามลำดับ เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและทรูวิชั่นส์
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คาดปีนี้และปีหน้ายังขาดทุน ส่วนปี 2556 คาดขาดทุนลดเหลือ 2,300 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มโทรศัพท์มือถือทำกำไรดีขึ้น จากการลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน ทั้งด้านเครือข่ายและค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารจากธุรกิจของฮัทช์
“ผลงานปีนี้ยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น ปีหน้ายังขาดทุนและใน 3 ปีต้องการเงินทุนต่อเนื่อง 3 หมื่นล้านบาท ในการขยายโครงข่าย 3G แต่การกู้มีขีดจำกัด จากหนี้สินต่อทุนสุทธิ 4 เท่าทำให้เสี่ยงเพิ่มทุน โดยกำลังเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศ ดังนั้นหุ้นนี้จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่จะลงทุนให้มูลค่าพื้นฐานปี 2556 ที่ 3.80 บาท ตามส่วนลดกระแสเงินสด 11.6%







