
MCSควงพันธมิตรดันกำไรโต
แตกไลน์สินค้าเหล็กท่อส่งก๊าซจุดเปลี่ยนธุรกิจรุกตลาดยุโรป
แตกไลน์สินค้าเหล็กท่อส่งก๊าซจุดเปลี่ยนธุรกิจรุกตลาดยุโรป
“เอ็ม.ซี.เอส.สตีล” เสริมความแข็งแกร่ง จับมือ 2 พันธมิตร “พอสโก้ยูโรเทค” ขยายตลาดเข้ายุโรป หวังดันยอดขายกำไรโต
นายสมพงษ์ เมธาสถิตย์สุข กรรมการ บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มบริษัท พอสโก้ ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก เพื่อร่วมมือดำเนินธุรกิจ เนื่องจากพอสโก้เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ ผลิตเหล็กโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับเรือ แท่นขุดเจาะน้ำมัน (Module) และ Platform
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงนามในสัญญาด้านการตลาดและการขายกับบริษัท ยูโรเทค เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นผู้ประกอบและติดตั้งโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ใช้กับงานสะพาน โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี เหมือง ท่อน้ำมันและก๊าซ งานก่อสร้าง โมดูลต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
“สัญญาความร่วมมือกับยูโรเทคฯ เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่ง ซึ่งยูโรเทคฯ ชำนาญเหล็กโครงสร้างสะพาน ท่อน้ำมัน ขณะที่ MCS ชำนาญงานเหล็กโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ ร่วมมือกันทำงาน รับงานร่วมกัน ทำให้รับงานได้มากขึ้น รายได้ที่เกิดขึ้นต่างคนต่างได้ตามงานที่ทำ เป้าหมายร่วมทุนกับพันธมิตร ทำให้ MCS เติบโตมากขึ้น ทั้งยอดขายและรายได้ มีต้นทุนผลิตต่ำลง มีโอกาสขยายตลาดไปยุโรปมากขึ้น” นายสมพงษ์ กล่าว
แหล่งข่าว MCS เปิดเผยว่า รูปแบบการร่วมทุนกับกลุ่มพอสโก้ ชื่อ Posco CDPPC เป็นการร่วมทุนถือหุ้นบริษัทใหม่ เพื่อตั้งโรงงานผลิตเหล็กสำหรับท่อน้ำมัน โมดูล ที่เมือง Dalien ประเทศจีน อยู่ใกล้กับเกาหลี ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัท พอสโก้
“MCS ต้องการขยายไปทำเหล็กท่อขนส่งน้ำมัน หรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน และขยายเข้าไปในตลาดยุโรป นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลัก 95% การไปหาตลาดใหม่ๆ ถ้าร่วมกับบริษัทที่มีตลาดอยู่แล้วจะง่ายขึ้น” แหล่งข่าว เปิดเผย
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส แนะนำซื้อ MCS โดยมีราคาเหมาะสม 7.96 บาท มองว่าการจับมือ 2 พันธมิตร เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อธุรกิจของ MCS ในอนาคต ซึ่งยูโรเทคฯ ผลิตและติดตั้งโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ มีแผนเข้าประมูลงานโครงสร้างเหล็กร่วมกันหลายโครงการในประเทศออสเตรเลีย
“การจับมือกับพันธมิตร 2 ราย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้ MCS ก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Module ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงมากในปัจจุบัน”
ด้านผลประกอบการไตรมาส 4/2555 ฟื้นตัวต่อเนื่อง จากปริมาณส่งมอบงานสูงสุดของปี ปัจจุบัน MCS มีงานโครงสร้างเหล็กรอส่งมอบอีก 6 หมื่นตัน ส่วนการรับงานอาคารสูงในญี่ปุ่น จะเริ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2556 จากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งรัดการก่อสร้าง จากเหตุแผ่นดินไหวปี 2554







