
เอเชียจ้างงานดีขึ้นบริษัท
ทาวเวอร์ส วัทสัน (NYSE, NASDAQ : TW) ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรระดับโลก ได้เปิดเผยผลวิจัย Asia Pacific Salary Budget Planning Survey ประจำไตรมาส 3 ปี 2555 พบว่า เศรษฐกิจเอเชียฟื้นตัว และอัตราการขึ้นเงินเดือนในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 2.3 ถึง 12% ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย กว่า 2 ใน 3 ของบริษัทเอกชนมีมุมมองต่อสถานการณ์ทางธุรกิจในอนาคตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่แล้ว รวมถึงกว่า 90%ของบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนจะจ้างพนักงานเพิ่มภายในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่พนักงานในฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด
ทาวเวอร์ส วัทสัน (NYSE, NASDAQ : TW) ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรระดับโลก ได้เปิดเผยผลวิจัย Asia Pacific Salary Budget Planning Survey ประจำไตรมาส 3 ปี 2555 พบว่า เศรษฐกิจเอเชียฟื้นตัว และอัตราการขึ้นเงินเดือนในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 2.3 ถึง 12% ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย กว่า 2 ใน 3 ของบริษัทเอกชนมีมุมมองต่อสถานการณ์ทางธุรกิจในอนาคตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่แล้ว รวมถึงกว่า 90%ของบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนจะจ้างพนักงานเพิ่มภายในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่พนักงานในฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด
กรุงเทพฯ, 27 พฤศจิกายน 2555 — ข้อมูลจากการสำรวจ Asia Pacific Salary Budget Planning Survey ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2555 โดยทงและแนวโน้มทางบวกในภาคธุรกิจจะส่งผลให้หลายบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตัดสินใจปรับเงินเดือนพนักงานขึ้นในปี 2556 ในอัตราที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยกว่า 90% ของบริษัทที่ร่วมทำการสำรวจนี้ ต่างก็มีแผนที่จะจ้างพนักงานเพิ่มในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับตลาดแรงงานในภูมิภาคดังกล่าว
ผลการสำรวจเผยว่า อัตราการขึ้นเงินเดือนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะอยู่ระหว่าง 2.3% ถึง 12% ในปี 2556 ซึ่งถือว่าสูงกว่าอัตราในปี 2555 ที่ 0.10.5% ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจระบุว่า อัตราการปรับเงินเดือนนี้ จะสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2556 สำหรับทั้ง 13 ประเทศที่ทำการสำรวจ
ราเชล ซี อาร์เซบาล หัวหน้าฝ่าย โกลบอล ดาต้า เซอร์วิส ประจำเอเชียแปซิฟิก บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน กล่าวว่า “จากภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคที่ดีขึ้น ภาคธุรกิจจึงมีความมั่นใจในอนาคตมากขึ้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา โดยราว 2 ใน 3 ของบริษัทในภูมิภาคนี้ต่างก็เชื่อว่าธุรกิจของตนจะทำผลประกอบการได้ดีขึ้นในอนาคต และกว่า 90% มีแผนจ้างพนักงานเพิ่มในอีก 12 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของเรายังประเมินว่า
บริษัทต่างๆ จะขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานด้วยอัตราที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เหล่านายจ้างต่างกำลังอยู่ในสภาวะระมัดระวังตัวเต็มที่เช่นเดียวกัน ถึงกระนั้นก็ตาม หลายบริษัทต่างก็พยายามอย่างเต็มที่ในการเสนอแพ็กเกจค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่ดึงดูดใจพนักงาน โดยคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะมีต่อตัวพนักงานเป็นสำคัญ”
ขณะที่บริษัทที่ร่วมทำการสำรวจในเวียดนามและอินเดีย ต่างก็มีแผนที่จะขึ้นเงินเดือนด้วยอัตราสูงถึง 12% ในปีหน้า ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเวียดนามและอินเดียนั้น คาดว่าจะเป็น 2 ชาติ ที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะเงินเฟ้อสูงสุด ด้วยอัตราเงินเฟ้อกว่า 7.6 และ 6.9% ตามลำดับในปีหน้า ทั้งนี้ อินเดียจะเป็นชาติที่มีอัตราการขึ้นเงินเดือนสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามากที่สุด ด้วยส่วนต่างถึง 0.5% เมื่อเทียบกับอัตราการขึ้นเงินเดือนในช่วงต้นปี 2555
สำหรับประเทศสิงคโปร์นั้น นายจ้างก็เตรียมที่จะขึ้นเงินเดือนที่อัตราเฉลี่ย 4.5% ในปี 2556 ซึ่งสูงกว่าอัตรา 4.3% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่คาดการณ์กันว่าอัตราการว่างงานของสิงคโปร์จะอยู่ที่ระดับเพียง 2% เท่านั้น โดยตลาดแรงงานในสิงคโปร์นั้น น่าจะยังมีตำแหน่งงานว่างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อัตราค่าจ้างในอนาคตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“สภาพเศรษฐกิจของสิงคโปร์ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดแรงงานในประเทศมีตำแหน่งงานว่างอยู่เสมอ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง การออกกฎหมายเพื่อลดการจ้างพนักงานชาวต่างชาติ และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น อาจทำให้ค่าตอบแทนพนักงานเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน และบริษัทในสิงคโปร์ก็จำเป็นที่จะต้องหาวิธีพัฒนาแผนบริหารจัดการแรงงานในรูปแบบใหม่ๆ ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมุ่งเน้นปรับปรุงการบริหารระบบสวัสดิการและค่าตอบแทนของพนักงานซึ่งรวมไปถึงการสื่อสารข้อมูลในด้านดังกล่าวกับพนักงานด้วยเช่นกัน”
แนวโน้มผลประกอบการธุรกิจและการจ้างงาน
นอกจากนี้ การวิจัยของทาวเวอร์ส วัทสัน ยังพบว่าบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมุมมองต่อแนวโน้มผลประกอบการในอนาคตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา โดยราว 2 ใน 3 (65%) ของบริษัทที่ร่วมให้ข้อมูลก็เชื่อว่าผลประกอบการของตนจะปรับตัวดีขึ้นภายในช่วงปลายปีนี้ ในขณะที่การสำรวจครั้งก่อนหน้าเมื่อ 6 เดือนที่แล้วนั้น มีบริษัทเพียง 10% เท่านั้นที่คาดการณ์อนาคตของตนไว้ในทางบวก ส่วนจำนวนบริษัทที่คาดการณ์แนวโน้มในทางลบนั้นก็ลดลงจาก 28% เหลือเพียง 10% เท่านั้น ในขณะที่อีก 25% เชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตคงที่และผลประกอบการคงตัว และ 91% ของบริษัทที่ร่วมให้ข้อมูล มีแผนจ้างพนักงานใหม่ในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่งานฝ่ายขาย วิศวกรรม และการตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
ส่วนในด้านอัตราการลาออกของพนักงานนั้น พบว่าประเทศจีน อินเดีย สิงคโปร์ และไทยจะมีอัตราพนักงานสมัครใจลาออก 2% เพิ่มมากขึ้นเล็กน้อยในปี 2556 ในขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม จะมีอัตราพนักงานลาออกลดลง
สำหรับเหตุผลหลักๆ 3 ข้อ ที่ทำให้พนักงานลาออกจากบริษัท คือ ได้งานใหม่ที่มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า (43.6%) เงินเดือนสูงขึ้น (38.8%) และความยืดหยุ่นในการทำงานที่มากขึ้น (12.9%)
อาร์เซบาล ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “ถือว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่โอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงานคือสิ่งที่พนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต นอกจากนี้ในขณะที่ชนชั้นกลางกำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น พนักงานที่อายุยังน้อยต่างก็กำลังมองหาโอกาสที่จะสร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้นายจ้างในปัจจุบันควรจำไว้เสมอว่า แม้เงินเดือนจะถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน แต่ปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ นอกจากในด้านการเงินก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน”
การสำรวจ Asia Pacific Salary Budget Planning Survey จัดทำขึ้นโดย ทาวเวอร์ส วัทสัน ทุกๆ ครึ่งปี โดยการสำรวจครั้งล่าสุดประจำไตรมาส 3 นั้น ได้จัดทำขึ้นในช่วงเดือน ส.ค.และ ก.ย. 2555 ในรูปของแบบสอบถามออนไลน์ โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามรวมถึง 500 ราย จากบริษัทต่างๆ ใน 13 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเงินการธนาคาร ยา รถยนต์ เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทางเทคโนโลยี พลังงาน และค้าปลีก







