
ไฟแนนซ์ทูเดย์
“นับถือตัวเอง นับถือผู้อื่น และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ”
“นับถือตัวเอง นับถือผู้อื่น และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ”
...ต้องปรบมือให้กับความเป็นลูกผู้ชายของ “เดอะโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ที่ออกมาน้อมกายยอมรับว่าในการเดินทางไปร่วมเปิดงานที่ จ.นครราชสีมา ได้คุกเข่าก้มลงกราบบุคคลที่วงการมันสำปะหลังนับถือมาก คือ เจ้าสัวสุกิจ หวั่งหลี เจ้าของบริษัท พูลผล เพราะเคยทำงานในบริษัทนี้เป็นเวลา 3 ปี จึงไม่ละเลยที่จะชื่นชมผลงานและการบริหารของเสี่ยสุกิจ เพราะเป็นบุคคลที่ให้ความเคารพนับถือและพึงได้รับการนับถือจากคนทั่วไป นี่สิจึงเป็นผู้ที่ควรยกย่องว่า เป็นเสนาบดีที่ไม่ลืมตน เป็นรัฐมนตรีก็คุกเข่าขอบคุณผู้มีพระคุณหรือคนที่เคารพได้ นักการเมืองไทยควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ส่วนเรื่องกระบวนการทำงานการตัดสินใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรนำเรื่องความสนิทสนมมาเป็นเรื่องการให้ประโยชน์ให้คุณให้โทษกับใคร
...เจ้าสัวสุกิจ หวั่งหลี ถือเป็นพี่ใหญ่ของตระกูลหวั่งหลี เป็นบุคคลสำคัญในวงการธุรกิจการเกษตร และมีประสบการณ์บริหารงานด้านธุรกิจการเกษตรมาไม่น้อยกว่า 30 ปี เป็นนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย 5 สมัย นับแต่ปีพุทธศักราช 25262534 เป็นประธานมูลนิธิผู้ค้ามันสำปะหลังและปอ ตั้งแต่ปี 2534ปัจจุบัน เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยมันสำปะหลังพันธุ์ “ห้วยดง” ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในภาคอีสาน และเพิ่มมูลค่าการค้าและการส่งออกให้กับไทย
...เจ้าสัวสุกิจ ประธานกรรมการบริษัท พูลผล บริษัท สยามมอดิฟายด์ สตาร์ช บริษัท สยามควอลิตี้ สตาร์ช และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และเคยเป็นกรรมการบริหารธนาคารนครธน ธุรกิจที่คนในตระกูลหวั่งหลียังจำฝังใจก่อนจะขายออกไปและแปลงกายเป็นธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย) ในปัจจุบัน ปัจจุบันเจ้าสัวสุกิจเป็นเจ้าของ “บ้านหวั่งหลี” ซึ่งเป็นโบราณสถานอันสำคัญของตระกูลที่สวยงามมีอายุกว่า130 ปี







