
‘ประสาร’แบไต๋กนง.ตรึงดอกเบี้ย
ยืนยันไร้ปัจจัยใหม่มากดดันเศรษฐกิจยุโรปกรีซเอาอยู่
ยืนยันไร้ปัจจัยใหม่มากดดันเศรษฐกิจยุโรปกรีซเอาอยู่
“ประสาร” แย้มไต๋การถกนโยบายดอกเบี้ยของ กนง.ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ไม่มีปัจจัยพิเศษ ระบุปัจจัยทางการเมืองไม่น่าห่วง ปัญหาเศรษฐกิจโลกอยู่ในสายตา
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบวันที่ 28 พ.ย.นี้ ยังไม่มีปัจจัยอะไรเป็นพิเศษ เพราะปัจจัยส่วนใหญ่ที่จะนำมาประกอบการพิจารณากำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นปัจจัยเดิม เหมือนการประชุมครั้งที่แล้ว ดังนั้นการประชุม กนง.ในวันที่ 28 พ.ย.นี้คงเป็นการพิจารณาข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และพิจารณาปัจจัยผลกระทบต่างๆ ที่มีอยู่เดิมว่าพัฒนาไปอย่างไรมากกว่า
“ผมยืนยันว่า การประชุมรอบนี้ยังไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนปัจจัยทางการเมืองคงไม่ต้องนำเอามาพิจารณาแล้ว เพราะมันคลี่คลายลงไปแล้ว ยกเว้นว่าจะมีอะไรกลับมาใหม่ ซึ่งการพิจารณากำหนดแนวนโยบายการเงินคงต้องดูปัจจัยต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศอย่างรอบคอบ” นายประสาร กล่าว
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ที่ 2.75% ซึ่งการประชุมกำหนดดอกเบี้ยในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้
นายประสาร กล่าวว่า การประเมินปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและกรีซขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากการแก้ปัญหาในปัจจุบันยังเป็นการแก้ปัญหาแบบชั่วคราว ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาวที่ต้องทำอะไรอีกมาก เนื่องจากภาระหนี้สาธารณะสูง
ดังนั้น ธปท.จึงยังต้องติดตามดูต่อไป โดยต้องดูว่ากรีซจะชำระหนี้ได้หรือไม่ และที่สำคัญคือกรีซจะทำอะไรต่อไป จะสามารถเติบโตได้อย่างไร ซึ่งถือเป็นความท้าทายและเป็นปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะการเมืองในกรีซก็มีการแข่งขันสูง ฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำก็คงลำบาก
ด้านสายงานวิจัย บริษัทหลัก ทรัพย์ (บล.) ภัทร ประเมินว่า การประชุมรอบสุดท้ายของปีนี้ กนง.จะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75% เพราะภาพรวมของเศรษฐกิจโลกไม่ได้เลวร้ายลง และบางประเทศกลับดีขึ้น เช่น สหรัฐและจีน ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังคงขยายตัวได้ดี เห็นได้จากสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ขยายตัวระดับสูง
ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.นั้น จะพิจารณาแบบบูรณาการเพื่อทำให้เศรษฐกิจเกิดความสมดุล ดังนั้นดอกเบี้ยที่ กนง.จะตัดสินใจออกมาต้องเป็นดอกเบี้ยที่ทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่มีปัญหาข้างเคียง ทั้งเรื่องเงินเฟ้อและฟองสบู่
“ดอกเบี้ยเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องดูแบบบูรณาการ เพราะมีผลต่อการตัดสินใจออม ตัดสินใจลงทุน รวมถึงการใช้จ่ายและการกู้ยืม ดังนั้นการที่เรากำหนดอัตราดอกเบี้ย ก็ควรเป็นดอกเบี้ยที่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าและขยายตัวได้เต็มศักยภาพ” นายไพบูลย์ กล่าว







