
ยกไทยฮับไปรษณีย์
ชาติอาเซียนตั้งเป็นประธาน รับมือขนส่งสินค้าหลังเออีซี
ชาติอาเซียนตั้งเป็นประธาน รับมือขนส่งสินค้าหลังเออีซี
กลุ่มไปรษณีย์อาเซียนตั้งไทยนั่งประธาน รุกแผนขนส่งสินค้า การเงิน รับการเคลื่อนย้ายแรงงาน เผยรายได้ปีนี้ทะลุเกินเป้ากว่าพันล้านบาท รายได้ทะลุ 1.7 หมื่นล้านบาท. กำไรทะลุ 1,100 ล้านบาท
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า การประชุมซีอีโอ ฟอรัม ของกลุ่มไปรษณีย์อาเซียน ที่เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกได้แต่งตั้งให้ตัวแทนประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มไปรษณีย์อาเซียน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 2 ปี
ทั้งนี้ เพื่อเป็นผู้นำจัดทำแผนระบบการขนส่งสินค้า การส่งเงินข้ามประเทศระหว่างกลุ่มสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเออีซีปี 2558
สำหรับแผนงานต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงศักยภาพของแต่ละประเทศ ซึ่งมองว่าไทยมีความสามารถเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการขนส่ง การเงินในอาเซียนได้ เนื่องจากมีความพร้อมด้านระบบการขนส่ง การเป็นพันธมิตรการขนส่งระหว่างประเทศ กับบริษัทดีเอชแอล เป็นต้น โดยแผนต่างๆ จะนำร่องกับประเทศที่มีความพร้อมก่อนอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ ก่อนขยายระบบให้ครอบคลุมทุกประเทศ
“แผนงานต่างๆ ต้องหารือกันอีกครั้งในปีหน้า เพื่อให้เห็นถึงความชัดเจน ส่วนงบประมาณแต่ละประเทศที่จะลงขันร่วมกันยังไม่มีการหารือ มองว่าต้นปีหน้าแผนงานต่างๆ จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น” น.ส.อานุสรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้คนในประเทศมีความรู้ความเข้าใจถึงการขนส่งสินค้า และส่งเงินข้ามประเทศสำหรับเปิดรับเออีซี บริษัทได้จัดนิทรรศการ “เปิดหน้าต่างอาเซียน ต่างหน้าไม่ต่างใจ” บริเวณพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนใน ตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค.ปีหน้า ภายในงานได้จัดทำตราไปรษณีย์ของประเทศสมาชิกเออีซีให้คนไทยได้รู้จัก
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลกำไรและรายได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยในปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เป้าหมายกำไร 800 ล้านบาท คาดว่าจะทำได้จริง 1,100 ล้านบาทซึ่งเป็นผลมาจากคนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (อีคอมเมิร์ช). ทำให้การขนส่งเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด







