
เคเคฟันด์ปรับระบบรับภัทร
คาดไตรมาสแรกปีหน้าเสร็จแย้มเป้าเพิ่มสินทรัพย์หมื่นล.
คาดไตรมาสแรกปีหน้าเสร็จแย้มเป้าเพิ่มสินทรัพย์หมื่นล.
บลจ.เกียรตินาคิน ขอเวลา 2-3 เดือน จัดระบบให้แกร่ง รับกลุ่ม “ภัทร” คาดไตรมาสแรกปีหน้าจบ เน้นกองทุนรวมเป็นหลัก
นายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน (เคเคฟันด์) เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนนี้ บริษัทยังไม่มีแผนออกกองทุนใหม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบงานภายใน ระบบการตรวจสอบ และกระบวนการลงทุนให้มีคุณภาพมากขึ้น หลังจากบริษัท ทุนภัทร เข้ามาถือหุ้นในธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ด้านกองทุนรวมที่มีอยู่จะต้องมาดูว่ามีความแตกต่างกับ บลจ.อื่นๆ อย่างไร ต้องนำเสนอให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งต้องทำผลงานให้ดีขึ้นและหากกองทุนไหนซ้ำซ้อนกันก็อาจต้องยุบรวม เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งมีอยู่ 2 กองทุน
“ช่วงที่บริษัทไม่ได้ออกกองทุนใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่บรรยากาศการลงทุนไม่ค่อยดี นักลงทุนจับตาดู Fiscal Cliff หรือหน้าผาทางการคลังของสหรัฐอยู่ คาดว่าไตรมาสแรกปีหน้าทุกอย่างคงลงตัว ในช่วงนี้ก็จะมีเพียงกองทุนประเภทเทอมฟันด์ที่กำหนดอายุการลงทุนที่ยังเปิดขายทุกเดือน” นายศุภกร กล่าว
ขณะที่การดำเนินงานในปีนี้ สามารถขยายสินทรัพย์ (เอ็นเอวี) เพิ่มขึ้นเพียง 5,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ทำให้การดำเนินงานสะดุด
นายศุภกร กล่าวว่า เป้าหมายปี 2556 คาดว่าจะขยายสินทรัพย์ให้ได้อย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมคาดว่าจะเติบโต 20%
“จากนี้ไปเราจะเน้นธุรกิจกองทุนรวมเป็นหลัก ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลจะมีทีมของภัทรเป็นคนทำ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องรอให้กองทุนรวมของเราชัดเจนมากขึ้นและทำผลงานให้ดี เพื่อนำเสนอให้แก่ลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” นายศุภกร กล่าว
สำหรับแผนการออกกองทุนในปีหน้า ได้แก่ กองทุนโกลบอล บอนด์ ลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีขนาดมากกว่า 4,000 ล้านบาทขึ้นไปและสินทรัพย์จะต้องมีคุณภาพ ผลตอบแทนคงที่โดยไม่จำเป็นต้องมีการรับประกันรายได้
นายศุภกร กล่าวถึงมุมมองตลาดหุ้นว่า คาดว่าดัชนีไม่น่าหลุดจากเป้าหมายเดิมที่มองไว้ 1,285-1,340 จุด สังเกตได้จากช่วงที่ดัชนีลงแถว 1,270 จุด จะมีแรงซื้อเข้ามาจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งอาจเป็นเงินเข้าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ส่วนปัญหาสหรัฐไม่น่ารุนแรง แต่หากเงินต่างชาติไม่ไหลเข้ามา โอกาสที่ดัชนีจะทะลุ 1,340 จุด ก็ยาก ส่วนเป้าหมายปีหน้ามองไว้ที่ 1,450 จุด
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M46 (KFFIX6M46) อายุประมาณ 6 เดือน ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-3 ธ.ค. 2555 ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลตอบแทนประมาณ 3.05% ต่อปี







