
ค้าเสรีชี้ช่องรายย่อยแจ้งเกิด
‘พลัสควอลิตี้’ลุยสแน็ก-ของใช้ จ้างโรงงานนอกผลิตถูกกว่าไทย
‘พลัสควอลิตี้’ลุยสแน็ก-ของใช้ จ้างโรงงานนอกผลิตถูกกว่าไทย
เปิดเสรีภาษี 0% เปิดช่องรายย่อยแจ้งเกิด พลัส ควอลิตี้ ลุยตลาดสแน็ก-สินค้าอุปโภค ชี้นำเข้าถูกกว่าจ้างโรงงานไทยผลิต
นางรุจิรา ภู่เพิ่มพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท พลัส ควอลิตี้ ผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยว บิสกิต คุกกี้ ลูกอม และสินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า จากการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ทำความตกลงกับไทยลดเหลือ 0% ซึ่งถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อยที่จะนำสินค้าจากประเทศต่างๆ ในเอเชียและอาเซียนเข้ามาจำหน่าย
ทั้งนี้ บริษัทได้มองเห็นโอกาสดังกล่าว และเริ่มธุรกิจนำสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยว บิสกิต และแครกเกอร์ จากประเทศจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้บริษัท ซี.พี. คอนซูเมอร์ โพรดักส์ เป็นผู้กระจายสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นในปีหน้า รวมทั้งขยายไลน์สินค้ากลุ่มลูกอม โดยจะพิจารณาสินค้าแบรนด์ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงในแต่ละประเทศ รวมถึงการว่าจ้างโรงงานในต่างประเทศให้เป็นผู้ผลิตให้ ภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น สินค้าผ้าอ้อมเด็กและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่จะทำตลาดในปีหน้า จะว่าจ้างโรงงานในประเทศจีนที่ผลิตได้มาตรฐานส่งออกประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิต เป็นต้น
สาเหตุที่บริษัทใช้โรงงานในต่างประเทศผลิตสินค้าเพื่อนำกลับมาจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมของโรงงานในประเทศไทยแพงกว่าการว่าจ้างผลิตในต่างประเทศ รวมทั้งได้สิทธิภาษี 0% การนำเข้าจึงถูกกว่าสินค้าที่ว่าจ้างผลิตในประเทศไทย
นางรุจิรา กล่าวว่า การบุกตลาดขนมขบเคี้ยวเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากปัจจุบันเป็นตลาดที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทจะชูกลยุทธ์ของสินค้าที่มีคุณภาพเทียบเท่าสินค้าที่เป็นผู้นำตลาดและวางจำหน่ายถูกกว่า พร้อมทั้งเน้นการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้า ซึ่งในปีหน้าจะเริ่มรุกทำตลาดอย่างจริงจังเพื่อสร้างการรับรู้
ขณะเดียวกัน การมอบหมายให้บริษัท ซี.พี.คอนซูเมอร์ฯ เป็นผู้กระจายสินค้ายังเป็นการสร้างโอกาสตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้านผ่านเครือข่ายที่บริษัท ซี.พี.คอนซูเมอร์ฯ ที่เข้าไปทำตลาดแล้วด้วย โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ 10 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 30 ล้านบาทในปี 2556 จากนั้นคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาทในอีก 4 ปีจากนี้







