
SSIหนี้เดินปกติปี’57
วอนเจ้าหนี้ลดวงเงินชำระก่อนพ้นจุดต่ำสุดไตรมาส2ลุ้นกำไร
วอนเจ้าหนี้ลดวงเงินชำระก่อนพ้นจุดต่ำสุดไตรมาส2ลุ้นกำไร
SSI อ้อนธนาคารเจ้าหนี้ลดวงเงินในการชำระหนี้ พ้นปีหน้ากลับมาจ่ายได้ตามปกติ มั่นใจผลประกอบการฟื้น ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการเจรจากับสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ระยะยาว 3 ราย เพื่อขอลดวงเงินในการชำระหนี้ ซึ่งธนาคารเจ้าหนี้มีความเข้าใจ เพราะมีการหารือมาโดยตลอดว่าธุรกิจมีขึ้นมีลง ประกอบกับบริษัทเผชิญกับหลายปัจจัย ทั้งราคาเหล็กที่ลดลงรับผลกระทบจากวิกฤตในยุโรปและเศรษฐกิจ
“ธนาคารเห็นด้วยและเข้าใจปัญหาของอุตสาหกรรม เพราะรับผลกระทบเรื่อยๆ ตั้งแต่สึนามิในประเทศญี่ปุ่น ผลกระทบจากน้ำท่วมในไทย ทำให้บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน และได้คุยกับธนาคารเจ้าหนี้เพื่อปรับการชำระเงินให้ตรงกับสภาพกระแสเงินสดของบริษัท โดยจ่ายแต่ละงวดลดลง ซึ่งคาดว่าพ้นปีหน้าไป จึงจะสามารถกลับมาชำระได้ตามปกติ” นายวิน กล่าว
กรณีที่มีข่าวที่ว่า บริษัทเพิ่มทุนไม่สำเร็จนั้น นายวิน กล่าวว่า เป็นผลมาจากนักลงทุนไปหยิบยกในบางรายการขึ้นมาอ้างอิง ว่าบริษัทเพิ่มทุนไม่สำเร็จ ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะหากให้เพิ่มทุนทั้งจำนวนบริษัทสามารถทำได้ เพียงแต่เห็นว่า หากขายทั้งจำนวนอาจส่งผลกระทบด้านราคา (ไดลูท) ของผู้ถือหุ้น บริษัทจึงตัดสินใจขายเท่าที่จำเป็น
ทั้งนี้ การระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้เป็นเงินประมาณ 386 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยมีเงินส่วนหนึ่งเข้ามาแล้วประมาณ 3,200 ล้านบาท ที่เหลืออีกประมาณ 8,000 ล้านบาท จะทยอยเข้ามาภายในไตรมาสแรกของปีหน้า โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้ลงทุนธุรกิจถลุงเหล็กในอังกฤษ
สำหรับสัดส่วนการถือครองหุ้นหลังการเพิ่มทุนล่าสุด เครือสหวิริยายังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 38% จากก่อนการเพิ่มทุนถือในสัดส่วน 35% และวาโนเมทจะเพิ่มเป็น 22% จากเดิม 15%
นายวิน กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 4 นี้ คาดว่าปริมาณการขายน่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถทำสถิติสูงสุด โดยยอดขายเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศจำนวน 6.2 แสนตัน และธุรกิจโรงถลุงเหล็กในประเทศอังกฤษ จะอยู่ที่ 6 แสนตัน แต่ในแง่ของส่วนต่างราคา (มาร์จิน) น่าจะดีขึ้น เนื่องจากกำลังการผลิตสูงขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ผ่านมาระดับกำลังการผลิตอยู่ที่ 70% ทำให้ต้นทุนถูกลง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไตรมาส 4 นี้ยังมีผลขาดทุน แต่สถานการณ์ราคาเหล็กในระยะ 2 สัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% น่าจะเริ่มเห็นผลดีตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นต้นไป แต่ยังมีผลขาดทุนอยู่ แต่ในไตรมาส 2 ขนาดของกำลังการผลิตจะสูงขึ้น แต่โดยรวมทั้งปีจะกลับมามีกำไรสุทธิได้
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ กล่าวว่า คงคำแนะนำขายหุ้น SSI รอผลการเพิ่มทุนเพิ่มและผลประกอบการฟื้นตัว คาดจะยังขาดทุนต่อในไตรมาส 4 ประมาณ 3,000 ล้านบาท และต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า ทำให้ฐานทุนปรับลดลงเรื่อยๆ
บริษัทมีภาระหนี้เงินกู้ต่อทุนสูงถึง 4.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 SSI มีภาระหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสูงถึง 53,998 ล้านบาท เทียบกับฐานทุน 11,546 ล้านบาท โดยให้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 0.50 บาท เท่ากับ มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ณ สิ้นปีนี้







