posttoday
ความจริงใน3จี

ความจริงใน3จี

26 พฤศจิกายน 2555

แม้ว่าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz หรือ 2100 MHz สำหรับใช้กับโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

โดย...รุจิระ บุนนาค

แม้ว่าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz หรือ 2100 MHz สำหรับใช้กับโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับการประมูล 3G และประเด็นการฮั้วยังคงปรากฏในสื่อต่างๆ ให้เห็นอยู่แทบจะทุกวัน อาจถือได้ว่าเป็นมหากาพย์บทหนึ่ง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการประมูลครั้งนี้ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา โดยมุ่งประเด็นไปที่ราคาเริ่มต้นประมูล 4,500 ล้านบาทต่อหนึ่งชุด (Slot) จำนวนคลื่นที่นำมาประมูลมี 45 MHz โดยแบ่งออกเป็น 9 ชุด ชุดละ 5 MHz บ้างว่าราคาเริ่มต้นประมูลต่ำเกินไป ทำให้ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์ บ้างว่าราคาเหมาะสมดีแล้ว เพราะเทคโนโลยี 3G ไม่ใช่ของใหม่ หลายประเทศมีการใช้ 3G มาเกือบ 10 ปี และอีกหลายประเทศมีการพัฒนาไปที่ 4G แล้ว ดังนั้นราคาเริ่มต้นประมูลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงเป็นราคาที่สมเหตุสมผล

คลื่นความถี่ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ กสทช.มีหน้าที่กำกับการดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนทั่วภูมิภาคของประเทศไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นที่มีความสะดวกสบายหรือทุรกันดาร ประชาชนก็ควรที่จะสามารถติดต่อกันและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย ความจำเป็นในการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นระบบ 3G เทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายที่มีความเร็วสูงและที่มีความสามารถในการรับส่งทั้งภาพ เสียง ข้อมูลไฟล์วิดีโอจึงเกิดขึ้น การประมูลครั้งนี้จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสื่อสารของประเทศไทย ทั้งยังเป็นการเปลี่ยนระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาต

หลายประเทศมีการพัฒนาไปที่ 4G กันแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยมัวแต่ถกเถียงกันเรื่องการประมูลมีการฮั้วกัน เมื่อพิจารณาว่าบางประเทศมีการพัฒนาไปถึงขั้น 4G และหลายประเทศมีการใช้ 3G มาเป็นเวลานาน ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า เทคโนโลยี 3G จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ มูลค่าของเทคโนโลยีจึงต้องลดลงตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็เหมือนกับทางบัญชีที่มีค่าเสื่อมของสินทรัพย์ เทคโนโลยีไม่ใช่ทองคำหรือน้ำมันราคาจึงจะได้มีการขึ้นลงในแต่ละวัน

ในเรื่องนี้ ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม ซึ่งท่านสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์สาขาโทรคมนาคมและปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ประกอบกับเป็นอาจารย์สอนทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมมาช้านาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อซึ่งถือว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ให้ความรู้และความกระจ่างในประเด็นที่มีการโต้เถียงกัน สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ว่า คลื่นทั้งหมดที่มีอยู่ได้มีการจัดแบ่งแล้วว่า คลื่นแต่ละคลื่นให้บริการอะไรได้บ้าง คลื่น 2.1 GHz หรือ 2100 MHz เหมาะสำหรับการทำ 3G คลื่น 2.1 GHz หรือ 2100 MHz มีความกว้างในการให้บริการคลื่น (Bandwidth/แบนด์วิดท์) อยู่ทั้งหมด 60 MHz และจากการทดลองการใช้งานที่ดีที่สุดต้องมีจำนวนอย่างน้อย 15 MHz โดยที่ 60MHz ได้มีการจัดสรรให้องค์การโทรศัพท์ (ปัจจุบันคือ บริษัท ทีโอที) ไปแล้ว 15 MHz ดังนั้น จึงเหลือ 45 MHz จำนวนที่เหมาะกับ 3G คือ 15 MHz กสทช. จึงได้แบ่ง 45 MHz ออกเป็น 9 ชุด ชุดละ 5 MHz เพื่อให้เกิดการประมูล ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายต้องการอย่างน้อย 3 ชุด เพื่อที่จะได้ 15 MHz อันเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดกับการทำ 3G หากผู้ให้บริการประมูลได้เพียง 2 ชุด มีค่าเท่ากับ 10 MHz ก็ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะมีการลงทุน 3 ส่วน ส่วนแรกเรื่องการประมูลเพื่อให้ได้คลื่นความถี่ ส่วนที่สองโครงข่ายที่จะลงทุนทั่วประเทศ และส่วนสุดท้ายการให้บริการลูกค้า การลงทุนในโครงข่ายที่ดีจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการที่ดีได้ หากการประมูลแพงก็จะทำให้เงินส่วนที่ลงทุนในโครงข่ายลดน้อยลง ผู้ประกอบการก็ไม่สามารถที่จะคิดค่าบริการในราคาที่ถูกลง

การที่ ศ.ดร.ถวิล ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมประกอบกับตำแหน่ง อธิการบดีได้ออกมาสัมภาษณ์แบบนี้ แม้ว่าจะเป็นการสวนกระแสความเห็นของนักวิชาการหรือกลุ่มที่ต่อต้านการประมูล แต่ถือว่า ศ.ดร.ถวิล ได้แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการอธิบายที่มีความกระจ่างชัดและสอดคล้องกับความเป็นจริง

เมื่อพิจารณาถึงประเด็นราคาเริ่มต้น ฝ่ายที่คัดค้านมุ่งแต่ตั้งประเด็นว่า ราคาเริ่มต้นประมูลควรเริ่มที่ 6,440 ล้านบาทต่อหนึ่งชุด อิงตามงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งที่จริงแล้วหากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจะพบว่าตัวเลข 6,440 ล้านบาท คือ มูลค่าคลื่นความถี่ หรือหาก กสทช.ใช้ราคาเริ่มต้นที่ 6,440 ล้านบาท อะไรจะเกิดขึ้นหากไม่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมูล เนื่องจากผู้ประกอบการอาจมองว่าไม่คุ้มทุน เพราะ 3G ไม่ใช่ของใหม่ เทคโนโลยีเริ่มล้าสมัยแล้ว เทคโนโลยี 4G หรือ LTE (Long Term Evolution) กำลังจะเข้ามาแทนที่ในปี พ.ศ. 2558 เป็นปีเดียวกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีผลเสร็จสมบูรณ์ ถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะได้ใช้ 3G หรือยัง ในขณะที่เวลานี้กลุ่มประเทศอาเซียนคือ สิงคโปร์และลาวได้ก้าวไกลไปถึงเทคโนโลยี 4G แล้ว แต่สำหรับประเทศไทยมีกลุ่มคัดค้านที่ยังไม่ต้องการให้มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยียังอยากที่จะฉุดรั้งไม่ให้เกิด 3G โดยเร็ว

การมัวแต่ถกเถียงกันย่อมทำให้หลายประเทศทั่วโลกมองประเทศไทยแบบขาดความมั่นใจ ส่งผลต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก หากประเทศมีการพัฒนาโครงสร้างทางโทรคมนาคมที่ดี การเข้าถึงเทคโนโลยีก็เป็นไปได้ง่าย

ในเวลานี้ หากมองแค่กลุ่มประเทศในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน จะเห็นว่าความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประเทศไทยถูกจำกัดโดยคนไทยด้วยกัน หากไม่มี 3G ใช้ (โดยเร็ว) การแข่งขันกับประเทศสมาชิก AEC อื่นๆ คงไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจไทยอาจจะตามหลังประเทศอื่นๆ อยู่ตลอดไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท