posttoday
บริหารเงินสบายๆมั่นใจKK

บริหารเงินสบายๆมั่นใจKK

26 พฤศจิกายน 2555

ใกล้ปลายปีทีไร ก็เป็นเทศกาลวางแผนภาษีกันทุกที จะสังเกตได้ว่าสถาบันการเงินต่างๆ

ใกล้ปลายปีทีไร ก็เป็นเทศกาลวางแผนภาษีกันทุกที จะสังเกตได้ว่าสถาบันการเงินต่างๆ

พากันออกโปรโมชันสำหรับผลิตภัณฑ์การเงินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น RMF LTF ประกันชีวิต ประกันบำนาญ ฯลฯ เพราะผู้ออมเงินมักจะมีแนวคิดที่ว่า ออมเงินในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปลายปีเท่ากับออมเงินเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถหักลดหย่อนภาษี ดีกว่าเอาเงินมาแช่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตั้งแต่ต้นปี

หลายคนที่ทราบว่า การออมเงินในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ก็สงสัยกันว่า การหักลดหย่อนภาษีคืออะไร มีประโยชน์อะไร

การหักลดหย่อนหมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี ก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษี ตามหลักการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากรจะประเมินจากเงินได้สุทธิ โดยเงินได้สุทธิจะเป็นผลลัพธ์ของเงินได้ หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน ดังนั้นเมื่อค่าลดหย่อนยิ่งสูง เงินได้สุทธิจะยิ่งน้อย ภาษีที่ต้องเสียให้กรมสรรพากรจะยิ่งน้อย เท่ากับเราประหยัดภาษีที่ต้องจ่าย

การหักลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิประโยชน์ที่กรมสรรพากรให้กับผู้มีเงินได้ โดยไม่สนใจว่าผู้มีเงินได้จะมีเงินได้ประเภทอะไร (ต่างจากการหักค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีเงื่อนไขและจำนวนที่หักได้แตกต่างกันไปตามประเภทเงินได้)

เมื่อการหักลดหย่อนมีประโยชน์ดังกล่าว วันนี้ผมจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการหักค่าลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่กรมสรรพากรให้กับบุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี 2554 มา เพื่อทุกท่านจะได้ใช้เป็น Check List ว่าเราได้ใช้ครบหรือยัง

รายการหักลดหย่อน/ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี (ภ.ง.ด.90/91)

1.ลดหย่อนส่วนบุคคล

1.1 ผู้มีเงินได้ 3 หมื่นบาท

*คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล 6 หมื่นบาท (หากหุ้นส่วนฯ อยู่ในประเทศไทยเพียงคนเดียวหักลดหย่อนได้ 3 หมื่นบาท)

1.2 คู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) 3 หมื่นบาท

1.3 บุตรที่ศึกษาในประเทศ คนละ 1.7 หมื่นบาท

1.4 บุตรที่ไม่ได้ศึกษาหรือศึกษาในต่างประเทศ คนละ 1.5 หมื่นบาท

1.5 ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดาของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ทั้งนี้ บิดามารดามีอายุ 60 ปีขึ้นไปและไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 3 หมื่นบาทในปีภาษี คนละ 3 หมื่นบาท

1.6 ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ ทั้งนี้คนพิการหรือคนทุพพลภาพต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 3 หมื่นบาท ในปีภาษี คนละ 6 หมื่นบาท

1.7 ยกเว้นเงินได้ผู้ที่มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ในไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์

ยกเว้นตามจำนวนเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 1.9 แสนบาท

2.ลดหย่อนและยกเว้นสำหรับเบี้ยประกันชีวิต

2.1 ผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท (หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนที่เกิน 1 หมื่นบาท ได้รับยกเว้นไม่เกิน 9 หมื่นบาท)

หากเบี้ยประกันภัยที่จ่าย เป็นเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป ให้ยกเว้นอีก 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท

2.2 คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ติดตาม Check List อื่นๆ ที่สำคัญได้ในสัปดาห์หน้าครับ

สำหรับผู้สนใจต้องการที่ปรึกษาทางการเงินสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท