
แบงก์-โบรกเกอร์รับมือม็อบ
เตรียมแผนฉุกเฉินปิดสาขาย้ายที่ทำงานใน3พื้นที่ใช้พรบ.มั่นคง
เตรียมแผนฉุกเฉินปิดสาขาย้ายที่ทำงานใน3พื้นที่ใช้พรบ.มั่นคง
ธนาคาร-โบรกเกอร์ เตรียมพร้อมใช้แผนฉุกเฉิน รับมือม็อบรุนแรง ปิดสาขาหนี ย้ายที่ทำงาน
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้สั่งการให้สาขาที่อยู่ใน 3 เขตพื้นที่ ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ คือ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต เกาะติดสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ได้ซักซ้อมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือบีซีพี เตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีสาขาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 10 แห่ง หากเกิดเหตุรุนแรงหรือการชุมนุมยืดเยื้อจนไม่สามารถทำการได้ พนักงานทั้งหมดจะถูกโยกไปให้บริการลูกค้าในสาขาสำรองที่ได้เตรียมไว้แทน
"เราเกาะติดสถานการณ์อยู่ ซึ่งยังประเมินยากว่าจะมีเหตุรุนแรงหรือไม่ แต่หวังและชื่อว่าจะไม่มี เพราะช่วงนี้ใกล้เทศกาลสำคัญหลายเทศกาล หากเกิดความรุนแรงอาจมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจได้" นายเวทย์ กล่าว
ทางด้านนายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารก็เตรียม ใช้แผนบีซีพีซึ่งเป็นแผนฉุกเฉินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ซักซ้อมกับสมาคมธนาคารไทยไว้ หากสถานการณ์คับขัน หรือการชุมนุมมีแนวโน้มยืดเยื้อ ไม่สามารถทำงานได้ พร้อมทั้งเตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจหรือบีซีพีเอาไว้
ในกรณีที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น
หรือการชุมนุมมีแนวโน้มยืดเยื้อ
“ธนาคารมีประสบการณ์จากการชุมนุมในหลายครั้งที่ผ่านมา จึงขอรอบคอบไว้ก่อนสาขาในพื้นที่จะติดตามเหตุการณ์ ในกรณีฉุกเฉินเราก็มีแผนบีซีพีเอาไว้รองรับ” นายวีระศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด ยังเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อและมีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงมีผลกระทบต่อธนาคารไม่มาก เพราะสาขาส่วนใหญ่ปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์
ขณะที่ผลกระทบต่อภาคธุรกิจยอมรับว่าการประกาศพรบ.ความมั่นคงอาจมีผลทางจิตวิทยาบ้างกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
“ถ้าการชุมนุมเป็นแบบเช้าไปเย็นกลับเหมือนเคย ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อเศรษฐกิจ แต่หากชุมนุมยืดเยื้อถึงวันจันทร์เราก็มีแผนรองรับไว้แล้ว” นายวีระศักดิ์ กล่าว
ด้านธุรกิจหลักทรัพย์ นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตอนแรกไม่ค่อยห่วงเรื่องการชุมนุม แต่เมื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็จะต้องติดตามดูสถานการณ์ในช่วงวันหยุดนี้อย่างใกล้ชิด แต่สาขาของบริษัทหลักทรัพย์ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจหลักทรัพย์ไม่มีปัญหาเนื่องจาก และทุกบริษัทหลักทรัพย์มีความพร้อมในระบบสำรอง (แบ็กอัพ)
ด้านตลาดหุ้นไทยยังคงบวกต่อจากวันก่อน 2.19 จุด ปิดที่ 1,281 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 19,705 ล้านบาท นับว่าเบาบางมากมากแต่สถานการณ์นี้เกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว ด้านเงินบาทยังคงทรงตัวในกรอบแคบๆซื้อขายที่ 30.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนค่าเงินบาทยังทรงตัว







