
คลังหน้ามืดดอกเบี้ยข้าวปีละ3พันล.
คลังหน้ามืดแบกทั้งหนี้รับจำนำข้าว 1.13 แสนล้าน ต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยถึงปีละกว่า 3,000 ล้านบาท
คลังหน้ามืดแบกทั้งหนี้รับจำนำข้าว 1.13 แสนล้าน ต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยถึงปีละกว่า 3,000 ล้านบาท
นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ ธ.ก.ส.กู้เงินในประเทศในปีงบ 2556 วงเงินไม่เกิน 1.13 แสนล้านบาทเศษ เพื่อยืดอายุเงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระคืน (Roll Over) โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันนั้น จะทำให้กระทรวงการคลังต้องมีภาระดอกเบี้ยปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท
“ที่ผ่านมาธนาคารมีการกู้เงินมาทำโครงการรับจำนำข้าวจากสถาบันการเงินหลายแห่งและหลายครั้ง เฉลี่ยแล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 3% หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท ในเมื่อรัฐบาลยังหาเงินมาใช้ไม่ได้ สำนักบริหารหนี้สาธารณะก็ต้องเข้าไปขอ Roll Over และรับภาระจ่ายดอกเบี้ยแทน ธ.ก.ส.ไปก่อน” นายสุพัฒน์ กล่าว
นายสุพัฒน์ กล่าวชี้แจงอีกว่า ในการจำนำข้าวฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ธ.ก.ส.ได้มีการกู้เงินจากสถาบันการเงินหลายแห่งเป็นระยะ เพื่อนำมารับจำนำข้าวรวมทั้งสินค้าเกษตรอื่นๆ เป็นเงินกว่า 1.13 แสนล้านบาท โดยในอีก 23 เดือนข้างหน้า หนี้ก้อนดังกล่าวจะครบกำหนดชำระหนี้ทั้งจำนวน แต่เมื่อกระทรวงการคลังยังไม่สามารถหาเงินมาให้ ธ.ก.ส.ใช้หนี้คืนได้ ทางด้านสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะต้องเจรจากับสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้เพื่อขอทำข้อตกลงในการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป โดยกระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้รับภาระหนี้และดอกเบี้ยทั้งหมดแทน ธ.ก.ส.
นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เงินที่รัฐบาลได้จากการขายข้าวก่อนหน้านี้จำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้ทยอยชำระหนี้คืนให้ ธ.ก.ส. แล้ว เพื่อนำมาทำโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 ต่อ ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะทำข้อตกลงในการขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนได้หรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกี่ยวข้องกับ ธ.ก.ส.
แหล่งข่าว สบน. เปิดเผยว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า กระทรวงการคลังจะไม่ค้ำประกันวงเงินกู้สำหรับการรับจำนำข้าวนาปรัง 2555/2556 คิดเป็นวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาท จากวงเงินกู้ในโครงการดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 4.05 แสนล้านบาท หลังจาก ครม. ได้อนุมัติใช้วงเงินรับจำนำข้าวนาปี 2.4 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นวงเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาทแน่นอน เพราะกระทบกับฐานะการคลัง และได้รายงานให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณารับทราบแล้ว โดยจะให้กระทรวงพาณิชย์ และ ธ.ก.ส. เป็นผู้จัดหาแหล่งเงินมาใช้รับจำนำข้าวเอง
ทั้งนี้ ตามแผนงานที่หารือกันไว้ รัฐบาลจะคืนเงินให้กับ ธ.ก.ส. ภายในสิ้นปีนี้ จำนวน 8.5 หมื่นล้านบาท และในปีหน้าจะทยอยจ่ายคืนไตรมาสละ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจากการขายข้าวออกไป







