posttoday
รัฐบาลเพ้อฝันจัดตั้งเขตการค้าข้าวอาเซียน

รัฐบาลเพ้อฝันจัดตั้งเขตการค้าข้าวอาเซียน

22 พฤศจิกายน 2555

แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ที่มีเป็นปัญหาทุกๆ ปี จนทำให้กลุ่มชาวนาเกษตรกรชุมนุมประท้วง เรียกร้องการประกันราคาสินค้าเกษตร โดยในแต่ละปีรัฐบาลจะต้องเข้าไปแทรกแซงอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรใช้งบประมาณเป็นแสนล้านบาท ในขณะที่เกษตรกรและชาวนาไทยยังขาดการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ สินค้าเกษตรยังคงย่ำอยู่ที่เดิม

แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ที่มีเป็นปัญหาทุกๆ ปี จนทำให้กลุ่มชาวนาเกษตรกรชุมนุมประท้วง เรียกร้องการประกันราคาสินค้าเกษตร โดยในแต่ละปีรัฐบาลจะต้องเข้าไปแทรกแซงอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรใช้งบประมาณเป็นแสนล้านบาท ในขณะที่เกษตรกรและชาวนาไทยยังขาดการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ สินค้าเกษตรยังคงย่ำอยู่ที่เดิม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน (Rice Trade Zone) ตามที่กระทรวงพาณิชย์โดยร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกสำคัญ 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย เพื่อสร้างอำนาจต่อรองราคาข้าวที่ปัจจุบันรัฐบาลไทยกลายเป็นผู้ครอบครองข้าวรายใหญ่ที่สุดไปแล้ว

ผลดีผลเสียชาวนาไทยจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ทำได้จริงหรือหลอก ลองพิเคราะห์ผ่านมุมมองของนักวิชาการ

ศ.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลไทยพยายามที่จะตั้งตัวเป็นเจ้าตลาดสินค้าเกษตร โดยการรวบรวมสินค้าเกษตรทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยาง น้ำตาล ฯลฯ เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองและกำหนดทิศทางราคาสินค้าเกษตรนั้นเป็นไปไม่ได้

ความพยายามที่จะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางสินค้าเกษตรนั้นมีมานานหลายสิบปี แต่ไม่เคยสำเร็จไม่สามารถที่จะทำได้ ก่อนหน้ามีหลายประเทศที่จะกำหนดทิศทางรวบรวมผู้ส่งออกชา กาแฟ แม้กระทั่งสินค้าโภคภัณฑ์ แร่ต่างๆ เช่น ดีบุก ทองคำ ก็ยังไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อกำหนดทิศทางราคา หรือควบคุมปริมาณการผลิตกันได้ เนื่องจากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าทดแทนกันได้ ไม่เหมือนกับน้ำมันที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มประเทศโอเปค (ผู้ส่งออกน้ำมัน)

ขณะที่การจัดการรวมตัวจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียนนั้น แต่ละประเทศที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรต่างก็ยึดถือประโยชน์ของแต่ละประเทศ ถ้ามีการกำหนดราคาสินค้าแพงประเทศนอกกลุ่มอาจจะหันมาปลูกสินค้าเกษตรเป็นคู่แข่งขัน และเมื่อมีการผลิตมากๆ ราคาก็ตกลง หรือประเทศผู้นำเข้าสินค้าเกษตรก็จะหันไปซื้อจากประเทศอื่น

ดังนั้น แนวทางการดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ แต่ถ้าทำสำเร็จก็ขอยกย่องว่าเก่งมากและเป็นแนวความคิดที่หวังดีกับเกษตรกร

“ผมไม่อยากจะบอกว่าแนวความคิดของรัฐบาลเป็นการสร้างฝันลมๆ แล้งๆ ให้กับเกษตรกรว่าจะขายสินค้าได้ราคาแพงๆ รัฐบาลควรจะหันมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรจะเป็นวิธีที่ดีกว่า อย่าใช้วิธีที่จะฝืนตลาดเลยยิ่งทำก็ยิ่งเสียหาย” ศ.พรายพล กล่าว

อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เป็นไปได้ยากมากหรือเป็นไม่ได้ถึง 99.99% ที่ไทยทำตัวเป็นผู้นำในการรวบรวมสินค้าเกษตรต่างๆ เพื่อกำหนดทิศทางราคาตลาดและการผลิต หรือจะมีการจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน (Rice Trade Zone) ที่จะผลักดันรวมตัวผู้ส่งออกข้าวกำหนดทิศทางราคาและปริมาณการผลิต เหมือนกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) คิดจะทำมาตั้งแต่สมัยนานกว่า 20 ปีแล้ว ยังไงก็ทำไม่ได้ โดยเฉพาะรัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รวบรวมกำหนดราคาสินค้าเกษตรข้าว ยางพารา น้ำตาล สวนกับกระแสโลกที่จะทำการเปิดเสรีการค้า

“การจัดทำเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน ไม่ใช่ว่าชาวนาจะได้ประโยชน์ ยังไม่สามารถจะบอกได้ชัดว่า ชาวนาจะได้ประโยชน์หรือขายข้าวได้ราคาสูงขึ้น ก็ต้องมีการแข่งขันกันในกลุ่มอาเซียนเหมือนกัน และจะมีการป้องกันการลักลอบค้าข้าวที่ไม่เป็นตามกฎกติกาได้อย่างไร แม้แต่กลุ่มประเทศโอเปคก็ยังมีการลักลอบขายน้ำมันหลังบ้านกัน และข้าวก็แตกต่างกับน้ำมัน เพราะข้าวขึ้นอยู่กับผลการผลิต และไม่สามารถที่จะจัดเก็บได้นานเหมือนน้ำมัน ที่เก็บไว้ไม่ต้องขายได้เป็นร้อยๆ ปี และไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างโกดังในการจัดเก็บเหมือนน้ำมัน เพราะหากต้องการใช้น้ำมันก็ขุดหรือสูบขึ้นมาใช้ แต่ข้าวจัดเก็บได้ไม่นานก็เสื่อมลง” อดิศร์ กล่าว

วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข และการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียนที่ ครม.อนุมัติ ก็เป็นเพียงรัฐบาลไทยอนุมัติไปศึกษา ก็ไม่ทราบว่าประเทศอื่นจะร่วมกับแนวความคิดนี้หรือไม่ เพราะตอนนี้แต่ละประเทศได้ประโยชน์จากนโยบายรับจำนำข้าวของไทย ที่ยังคงสต๊อกข้าวไว้ไม่ขายทำให้แต่ละประเทศขายข้าวได้ราคาดี และได้ปริมาณมากขึ้น

“ประมาณ 78 ปีที่แล้ว เคยมีการประชุมร่วมกันของกลุ่มประเทศส่งออกข้าวในอาเซียน และรวมปากีสถาน และอินเดีย ตอนนั้นก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งออกข้าวอย่างไรแต่มีข้อสรุปว่า แต่ละประเทศก็ไปดูกันเองว่าจะผลิตและส่งออกข้าวอย่างไรให้เกิดความเหมาะสมกับแต่ละประเทศ” วิโรจน์ กล่าว

วิโรจน์ ประเมินว่า การจัดตั้งเขตพิเศษการค้าข้าวอาเซียน คงเกิดขึ้นไม่ได้ รวมกลุ่มประเทศ 4 ประเทศ (ยกเว้น เวียดนาม) มียอดการส่งออกข้าวเพียง 4% ในตลาดโลกจะไปกำหนดทิศทางตลาดได้อย่างไร และแต่ละประเทศก็มีต้นทุนการผลิตข้าวที่แตกต่างกัน และคุณภาพข้าวก็แตกต่างกันจะกำหนดราคาข้าว m

ทั้งหมดนั้นคือการวิเคราะห์ของบรรดานักวิชาการที่ศึกษาในด้านการดูแลสินค้าเกษตรของสถาบันต่างๆ ที่รัฐบาลควรเงี่ยหูฟัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท