
สผ.การันตีไม่เพิ่มทุน3ปี
30พ.ย.รู้ราคาหุ้นปตท.รอปลดNGVผลงานดีขึ้น30%
30พ.ย.รู้ราคาหุ้นปตท.รอปลดNGVผลงานดีขึ้น30%
“เทวินทร์” การันตี 3 ปีนับจากนี้ ปตท.สผ.ไม่เพิ่มทุนอีก ใช้กระแสเงินสดและเงินกู้ลุยธุรกิจ ด้าน PTT ถูกซักเรื่องภาระ NGV หากถูกปลดดันผลดำเนินงานเพิ่ม 20-30% ใกล้พลังงานภูมิภาค
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยถึงแผนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 650 ล้านหุ้น คาดจะมีเม็ดเงินเข้าบริษัทประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาท ว่า ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอในการทำธุรกิจและไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนอีกอย่างน้อย 3 ปีนับจากนี้
บริษัทจะนำเงินเพิ่มทุนไปคืนหนี้ซึ่งกู้ยืมมาเพื่อซื้อโคฟเอนเนอร์จี ทำให้อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ดี/อี) ลดลงเหลือ 0.35 เท่า จาก 0.77 เท่า อัตราหนี้สินต่ออีบิตดาจาก 1.23 เท่า ลดลงเหลือ 0.79 เท่า
ทั้งนี้ ดี/อีลดลงทำให้บริษัทมีศักยภาพในการกู้เงินเพิ่ม ประกอบกับกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานเข้ามาในแต่ละปี ซึ่งจะเพิ่มขึ้นโดยตลอดตามผลประกอบการที่เติบโต โดยปี 2554 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับความคืบหน้าในการเพิ่มทุน บริษัทได้เริ่มให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันในประเทศตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา และวันที่ 20 พ.ย. ให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้นรายย่อย หลังจากนั้นจะเดินทางไปให้ข้อมูลในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ที่รัฐซานฟรานซิสโก และนิวยอร์กเป็นแห่งสุดท้ายเพื่อทำการสำรวจราคา (บุ๊กบิวดิงส์) ซึ่งจะทราบราคาเพิ่มทุนในช่วงเย็นของวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งตรงกับเวลาไทยในช่วงเช้าของวันที่ 30 พ.ย. 2555 และเปิดขายวันที่ 36 ธ.ค.นี้
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของบริษัท ปตท. (PTT) แสดงความจำนงจะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ ตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 65.29% หรือจะต้องใส่เงินไม่ต่ำกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท
ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้พบกับนักวิเคราะห์ภายหลังจากผลดำเนินงานงวด 9 เดือน และไตรมาส 3 ออกมา ซึ่งประเด็นส่วนใหญ่ที่ถูกนักวิเคราะห์ซักถามคือภาระที่ ปตท.มีต่อ NGV ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าที่ผ่านมาหน่วยงานรับทราบและเข้าใจดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลาที่มีการปลดภาระ ถ้าหากธุรกิจกลับสู่ปกติก็จะส่งผลให้ผลดำเนินงานของ ปตท.สามารถเทียบเคียงกับบริษัทพลังงานในภูมิภาคและสามารถที่จะแข่งขันกันได้ รวมถึงจะทำให้ผลดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบันได้ประมาณ 2030%
วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายแห่งออกบทวิเคราะห์ ปตท. และแนะนำ “ซื้อ” แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลง 2 บาท ปิดที่ระดับ 310 บาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลงตามตลาดโดยรวมที่รูดลงแรง 7.24 จุด และนักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยออกมา 1,170 ล้านบาท และแนวโน้มยังคงขายออกมาอีก
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ระบุว่า ในงวด 9 เดือน ปตท.มีผลขาดทุนใน NGV ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 4 น่าจะทรงตัว และไม่น่าจะมีประเด็นอะไรใหม่เข้ามา







