posttoday
กองทุนรวมไม่สะดุ้งการเมืองร้อน

กองทุนรวมไม่สะดุ้งการเมืองร้อน

26 มีนาคม 2553

 

นายกสมาคมชี้ลูกค้าแยกแยะออก

ลุยหาผู้ลงทุนเพิ่มจาก2ล้านบัญชี

โพสต์ทูเดย์ — นายกสมาคม บลจ. มองการเมืองไม่กระทบอุตฯ กองทุนรวม เชื่อนักลงทุนแยกแยะออก ลั่นเดินหน้าขยายฐานผู้ลงทุนต่อ จากตอนนี้มีบัญชีผู้ลงทุน2 ล้านบัญชี

นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ไม่มีผลต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวม เพราะนักลงทุนสามารถแยกแยะได้ระหว่างการเมืองกับการลงทุน ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากรัฐบาลไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวต่อการชุมนุม และสถานการณ์การเมืองไม่ได้รุนแรง ทำให้นักลงทุนต่างชาติมองว่าประเทศไทยน่าจะผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้จึงเข้ามาลงทุน และสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น(พี/อี) ของตลาดหุ้นไทย ซึ่งอยู่ที่ 1112 เท่า ถูกกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคที่อยู่ในระดับ 1314 เท่า

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นที่ขึ้นมารอบนี้นักลงทุนไทยส่วนใหญ่คาดไม่ถึง เพราะนักลงทุนไทยอยู่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ จึงมองว่าการเมืองเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้หลายคนลดพอร์ตการลงทุนลงก่อนที่จะมีการชุมนุม เนื่องจากคาดการณ์ว่าหุ้นจะตก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเห็นว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง และมองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องปกติทางการเมือง จึงเข้ามาซื้อทำให้ดัชนีหุ้น 23 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น ทำให้นักลงทุนไทยตกรถไฟ

สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนของ บลจ.ธนชาต ทั้งก่อนการชุมนุมจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการซื้อขายหน่วยลงทุนที่ผิดปกติ โดยดัชนีแถว 780 จุด ถือเป็นราคาที่ยุติธรรมโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นก็น้อยลง ดังนั้นในแง่ของการบริหารพอร์ตของกองทุนถ้ามีกำไรต้องเริ่มขายปรับพอร์ตเป็นระยะ

นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันธุรกิจกองทุนรวมมี 20 บลจ. มีพนักงานประมาณ 2,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้จัดการกองทุนประมาณ 200 คน มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้ง 3 ธุรกิจ รวม 2.53 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวมประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพประมาณ 5.14 แสนล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 2.16 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในแง่ของจำนวนบัญชีผู้ถือหน่วยในธุรกิจกองทุนรวมมีประมาณ 2 ล้านบัญชี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสมาชิกประมาณ 2 ล้านราย และกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 1,000 บัญชี แต่เมื่อเทียบกับจำนวนบัญชีเงินฝากยังอยู่ที่ระดับ 5.80% เท่านั้น แม้โตขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2540 ซึ่งอยู่ที่ 1.6% และเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรอยู่ที่ 6.61% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อย ดังนั้นสมาคม บลจ. จะเน้นขยายฐานผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งฐานผู้ลงทุนใหม่และขยายฐานผู้ลงทุนเดิมให้มีการลงทุนในกองทุนรวมมากขึ้นควบคู่กันไป

“หากมองแนวโน้มการออมของภาคครัวเรือนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยการออมในรูปของเงินฝากมีสัดส่วนลดลงจากในอดีต 75% ลงมาเหลือ 55% ในปัจจุบัน เพราะนักลงทุนหันไปใช้เครื่องมือในการออมและลงทุนอื่นแทนเงินฝากเพิ่มขึ้น รวมถึงผ่านกองทุนรวมด้วย” นางวรวรรณ กล่าว

นอกจากนี้ ในขณะนี้มีจำนวนบัญชีผู้ถือหน่วยลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประมาณ 2 แสนบัญชี ถือเป็นอนาคตของธุรกิจกองทุนรวม เพราะการเติบโตของกองทุนหุ้นที่โตขึ้นมาอย่างมาก ส่วนใหญ่เติบโตมาจากกองทุน LTF โดยจากนี้จะเร่งผลักดันให้ภาครัฐเดินหน้าจัดตั้งกองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ต่อ และสมาคม บลจ.เอง ก็จะเดินหน้ายกระดับเป็นองค์กรที่กำกับดูแลตัวเอง (SRO) ด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี