
อาเซียน-จีนเพิ่มกลไกแก้ปัญหาการค้า
"บุญทรง" เผยที่ประชุมผู้นำอาเซียน-จีนลงนามความร่วมมือแก้ปัญหาอุปสรรคการส่งออก เพื่อขยายการค้าระหว่างกัน เริ่ม 1 ม.ค. 56
"บุญทรง" เผยที่ประชุมผู้นำอาเซียน-จีนลงนามความร่วมมือแก้ปัญหาอุปสรรคการส่งออก เพื่อขยายการค้าระหว่างกัน เริ่ม 1 ม.ค. 56
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้นำอาเซียน-จีน ครั้งที่ 15 เมื่อวานนี้ (19 พ.ย. 55) ได้มีการลงนามพิธีสารระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-จีน 2 ฉบับ ฉบับแรก คือ พิธีสารเพื่อผนวกข้อบทอุปสรรคเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เข้าไปในความตกลงด้านการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ พิธีสาร SPS/TBT และอีกฉบับ ได้แก่ พิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน โดยพิธีสารทั้ง 2 ฉบับจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค. 56
สำหรับพิธีสาร SPS/TBT เป็นพิธีสารที่จะทำให้ความตกลงการค้าสินค้าระหว่างอาเซียนกับจีน มีความทันสมัยและครอบคลุมประเด็นด้านอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) และประเด็นด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) เป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย ที่จะมีกลไกรองรับ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช รวมถึงจัดการกฎระเบียบทางเทคนิคด้านการค้าให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
"ต่อไปนี้หากภาคเอกชนส่งสินค้าไปยังเมืองท่าต่างๆ ของจีนภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน แล้วถูกกักกันสินค้าไว้ เนื่องจากเหตุผลด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือสุขอนามัยหรือสุขอนามัยพืช ก็จะมีกลไกดังกล่าวคอยตรวจสอบ แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นายบุญทรงกล่าว
ส่วนพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน มีสาระสำคัญเพื่อปรับปรุงกลไกการดำเนินงานเดิม จากคณะเจรจาการค้าเสรีอาเซียน-จีน ไปเป็นคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน เพื่อให้คณะกรรมการร่วมฯ มีสถานะทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมทั้งด้านเจรจาการค้าและการปฎิบัติตามพันธกรณี รวมทั้งสามารถตั้งคณะคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานในสาขาเฉพาะต่างๆ ซึ่งกลไกนี้ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อให้การติดตามการปฏิบัติตามพันธกรณีและการเจรจาต่อไปในอนาคตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียนและตลาดส่งออกอันดับ 2 ของอาเซียน ในขณะที่อาเซียนเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ของจีน โดยนับจากที่อาเซียนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนในปี 2534 มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนขยายตัวเพิ่มขึ้น 45 เท่า จาก 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 3.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2554
สำหรับในปีนี้ 9 เดือนแรก การค้าอาเซียน-จีน มีมูลค่า 2.88 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สัดส่วนการส่งออกภายใต้สิทธิประโยชน์ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ครึ่งปีแรกของปี 2555 อยู่ที่ 81.03%







