
ไพร้ซหวั่นธุรกิจไทยเดี้ยง-ทุจริตคุกคามหนัก
ชี้ธุรกิจเจอภัยมืดทุจริต ทั้งถูกฮั้วประมูล ยักยอกทรัพย์ สูงกว่า|ทั่วโลก แนวโน้มทะยานต่อเนื่อง 3-5 ปีข้างหน้า
ชี้ธุรกิจเจอภัยมืดทุจริต ทั้งถูกฮั้วประมูล ยักยอกทรัพย์ สูงกว่าทั่วโลก แนวโน้มทะยานต่อเนื่อง 3-5 ปีข้างหน้า
บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย หรือพีดับเบิลยูซี ระบุว่า ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Economic Crime หรือ White Collar Crime) ของประเทศไทย มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นใน 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย พบว่ามีบริษัทไทยถึง 35% ตกเป็นเหยื่อการทุจริตองค์กรประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่สำรวจได้ในระดับโลกที่ 34% และผลสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 31%
ทั้งนี้ พีดับเบิลยูซี ทำการสำรวจเป็นครั้งที่ 6 โดยเก็บข้อมูลจากนักธุรกิจและผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ 3,877 ราย ใน 72 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งบริษัทชั้นนำจากไทย 79 ราย
ผลสำรวจยังพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ การรับสินบนและคอร์รัปชัน และพฤติกรรมกีดกันทางการค้า เป็นรูปแบบการทุจริต 3 อันดับแรกที่พบมากที่สุดในไทย ขณะที่อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ หรือ “ไซเบอร์คราม” มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
โดย 25% ของผู้ถูกสำรวจประสบปัญหาพฤติกรรมกีดกันทางการค้า ซึ่งหมายรวมถึงการตั้งราคาสินค้า การฮั้วประมูล โดยผลสำรวจของไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระดับโลกถึงกว่า 3 เท่า (7%) นอกจากนี้ 79% พบการทุจริตที่เกิดขึ้นมาจากคนภายในองค์กร สูงกว่าผลสำรวจระดับโลกที่ 56% นอกจากนี้ มากกว่า 80% ที่กล่าวว่าส่วนใหญ่เป็นการทุจริตโดยผู้บริหารระดับกลางถึงอาวุโส มากกว่าพนักงานระดับล่าง
นายวรพงษ์ สุธานนท์ ผู้จัดทำผลสำรวจนี้ กล่าวว่า เป็นที่น่ากังวลมากที่บริษัทไทยที่ถูกสำรวจมากกว่าครึ่งไม่เคยประเมินความเสี่ยงทุจริต ทั้งที่มีผลร้ายแรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท และกลายเป็นต้นทุนทางธุรกิจ หากไทยต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ธุรกิจไทยจะต้องไม่เพิกเฉยต่อความเสี่ยงด้านนี้







