posttoday
บิ๊กธนชาตเจอคุกไม่มีผลซื้อ‘นครหลวง’

บิ๊กธนชาตเจอคุกไม่มีผลซื้อ‘นครหลวง’

26 มีนาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ผู้บริหารธนชาต ยันคำพิพากษาจำคุก “บันเทิงศุภเดช” ไม่มีผลกระทบการควบรวมกับนครหลวงไทย เตรียมยื่นอุทธรณ์

วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้บริหารบริษัท ทุนธนชาต แถลงข่าวยืนยันว่าผลการตัดสินคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่พิพากษาให้ลงโทษจำคุกนายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ และนายศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นสองผู้บริหารคนสำคัญของกลุ่มทุนธนชาตเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน ไม่มีผลต่อการควบรวมกิจการกันระหว่างธนาคารธนชาตกับธนาคารนครหลวงไทย

นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ บริษัท ทุนธนชาต และประธานกรรมการธนาคารธนชาต กล่าวว่า จะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์สู้คดีตามกฎหมาย เพราะเรื่องเกิดขึ้นขณะที่ประเทศกำลังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจ และมูลค่าหุ้นในตลาดปรับลดมูลค่ารวดเร็ว

นายบันเทิง กล่าวว่า คำพิพากษา ในคดีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อธนาคารธนชาต เพราะไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ และตามกฎของธนาคารแห่งประเทศยังสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งกรรมการของสถาบันการเงินได้หากคดีไม่ถึงที่สุด

“ผมสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ต้องคดีถึงที่สุด เราได้ทำเรื่องนี้แจ้งไปยัง ธปท. พร้อมกับแจ้งตลาดหลักทรัพย์แล้ว เรื่องนี้ไม่น่ามีผลกระทบต่อธนาคาร รวมทั้งไม่เกี่ยวกับการควบรวมกับธนาคารนครหลวงไทย” นายบันเทิง กล่าว

นายบันเทิง กล่าวว่า นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารธนชาต จะเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ หลังควบรวมกับนครหลวงไทยเสร็จสิ้นลง

สำหรับคดีนี้นายเกริกชัย ซอโสตถิกุล เป็นโจทก์ฟ้องว่า นายบันเทิงและนายศุภเดชได้ร่วมกันกระทำความผิดกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาต โดยการไม่ดำเนินการบังคับขายหุ้นของโจทก์เมื่อถึงเกณฑ์ที่ต้องบังคับขาย ทำให้ได้รับความเสียหายเพราะราคาหุ้นลดต่ำลง ส่งผลขาดทุนจำนวนมาก

ฟ้องร้องของลูกค้าในอดีตสมัย บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) นั้น จะไม่กระทบกับการควบรวมกิจการระหว่าง ธนาคารธนชาต และและธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) เพราะธนาคารธนชาต ไม่ใช่คู่ความในคดีดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้บริหารทั้ง 2 คน ก็ได้เตรียมการที่จะยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวแล้ว

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาจำคุณนายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการบริษัท ทุนธนชาต และนาย ศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัททุนธนชาต

เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน ซึ่งเป็นจำเลย หลังจาก

นายบันเทิง กล่าวว่า ยืนยันว่าธนาคารไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เพราะบริษัททุนธนชาตมีเงินทุนเพียงพอ โดยตามขั้นตอนบริษัททุนธนชาต และธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย จะใส่เงินให้กับธนาคารในวันที่ 8 เม.ย. เป็นการเพิ่มทุนในสิทธิการจองทั้งสิ้น 35,790 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินของธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย 1.7 หมื่นล้านบาท และบริษัททุนธนชาต 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายเงินให้ธปท. และทำการจดทะเบียนในวันที่ 9 เม.ย.

จากนั้นจะมีการขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 วงเงิน 6,000 ล้านบาท ขายให้ประชาชนทั่วไปในวันที่ 31 มี.ค. และ 2 เม.ย.

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 1 ด้วยการออกไฮบริดเทียร์ 1 วงเงิน 7,130 ล้านบาท ขายให้กับธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย และบริษัททุนธนชาต

นายบันเทิง กล่าวว่า ธนาคารมีแผนเพิ่มเงินกองทุน(บีไอเอส) ของธนาคารเป็น 1314% จากปัจจุบันบีไอเอสอยู่ที่ 12%.

/////////////

บิ๊กTCAP เตรียมยื่นอุทธรณ์ คดีที่ เกริกชัย ซอโสตถิกุล ฟ้องกรณีไม่ฟอร์ซเซลล์

หุ้น ยันไม่มีผลต่อกลุ่มธนชาต และ การควบรวม SCIB

จากกรณีที่วันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาจำคุกนายบันเทิง ตันติ

วิทย์ ประธานกรรมการ บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (TCAP) และนายศุภเดช

พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน)เป็นเวลา 3 ปี

4 เดือนนั้น

นายบันเทิง ตันติวิทประธานกรรมการ บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

(TCAP) กล่าวว่าตนจะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมาย ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งขณะนั้นประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจทั้งระบบและ

มูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งถูกปรับลดมูลค่าอย่างรวดเร็ว ทางตลาดหลักทรัพย์

แห่งประเทศไทยได้มีนโยบายให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สามารถที่จะผ่อนปรนการ

บังคับขายหลักทรัพย์ของลูกค้ามาร์จิ้นได้ แม้มูลค่าหลักประกันจะต่ำกว่าเกณฑ์ บงล.

ธนชาต(ปัจจุบันคือ บริษัททุนธนชาต)ก็เช่นเดียวกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อื่นๆ ได้

ปฎิบัติตามนโยบายดังกล่าวต่อลูกค้าทั่วไป ซึ่งบริษัทได้ปฎิบัติตามนโยบายดังกล่าว

ต่อลูกค้าทั่วไป รวมทั้งกรณีของนายเกริกชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นการกระทำ

ตามนโยบายและแนวทางของตลาดหลักทรัพย์

นายบันเทิงกล่าวต่ออีกว่า คำพิพากษาในกรณีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อ

ธนาคารธนชาตเพราะไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ ในส่วนของทุนธนชาตนั้น ศาลอาญา

กรุงเทพใต้ ได้มีคำพิพากษา ยกฟ้องบริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน) และนายสม

เจตน์ หมู่ศิริเลิศ จึงไม่มีผลกระทบต่อบริษัทเช่นกัน รวมทั้งกรณีนี้ไม่มีผลกระทบต่อ

การดำรงตำแหน่งผู้บริหารและไม่มีผลกระทบต่อแผนการควบรวมกับธนาคารนคร

หลวงไทยที่ธนาคารธนชาตเพิ่งลงนามการซื้อหุ้นกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา

ระบบสถาบันการเงิน

อนึ่งก่อนหน้านี้ นายเกริกชัย ซอโสตถิกุล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดี

4 ผู้บริหารบริษัททุนธนชาต จำกัด ( ชื่อเดิม บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนชาติ)

ประกอบด้วย นายบันเทิง ตันติวิท นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ นางสุชาดา ภวนานัน

ท์ และนายอมร กิตินารถอินทราณี ฐานร่วมกันกระทำความผิดหน้าที่จากการ

ประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจจนทำให้โจทก์ต้องเสียทรัพย์ อันถือเป็นความผิด พ.ร.บ.

ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์และ

ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 กรณีการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อบังคับของ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องบัญชีแมนแทนแนนซ์มาร์จิ้น พร้อมกับฟ้องแพ่งเจ้าหนี้สถาบัน

การเงิน คือ บริษัททุนธนชาต จำกัด เรียกค่าเสียหาย 500 ล้านบาท พร้อม

ดอกเบี้ยอีกร้อยละ 7.5

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี