
พลังงานดันเอสพีอาร์ซีเข้าตลาดหุ้นปี’56
กรมธุรกิจพลังงานตั้งธง ดันโรงกลั่นเอสพีอาร์ซีเข้าตลาดหุ้นไตรมาส 2 ของปี 2556 หลังยื้อทบทวนสัญญาค้างเติ่งมากว่า 12 ปี
กรมธุรกิจพลังงานตั้งธง ดันโรงกลั่นเอสพีอาร์ซีเข้าตลาดหุ้นไตรมาส 2 ของปี 2556 หลังยื้อทบทวนสัญญาค้างเติ่งมากว่า 12 ปี
นายสมนึก บำรุงสาลี รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายของ รมว.พลังงาน เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ได้นำเสนอแนวทางการนำ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (เอสพีอาร์ซี) ผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อจำหน่ายหุ้นให้กับประชาชน ซึ่งกำหนดไว้อย่างช้าไม่เกินไตรมาส 2 ของปี 2556 หลังจากที่มีการเลื่อนการดำเนินการดังกล่าวมาหลายครั้ง เป็นระยะรวมแล้วกว่า 12 ปี
ทั้งนี้ โรงกลั่นเอสพีอาร์ซีจะต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลเมื่อปี 2533 ซึ่งระบุไว้ว่า บริษัทที่ได้รับสิทธิสร้างโรงกลั่นน้ำมันในประเทศจะต้องมีแผนจำหน่ายหุ้นของบริษัท 30% ของทุนจดทะเบียนให้แก่ประชาชน โดยเมื่อครั้งนั้นกำหนดไว้ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2543 แต่ต่อมาได้มีการขยายระยะเวลาออกไป เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำประกอบกับภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยให้มีการระดมทุน
ทางด้านกระทรวงพลังงานได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับและติดตามการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของโรงกลั่นเอสพีอาร์ซีตั้งแต่ปี 2550 และมีการเร่งรัดมาโดยตลอด แต่พบปัญหาที่ทำให้เกิดความล่าช้า ในประเด็นผู้ถือหุ้น ได้แก่ ปตท.และเชฟรอน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนธุรกิจในอนาคตได้ โดยเฉพาะสัดส่วนการถือหุ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากทางเชฟรอนต้องการคงสัดส่วนการถือหุ้นในเอสพีอาร์ซีไว้ที่ 64% ส่วน ปตท.จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 6% หรือทั้งหมด เพื่อจำหน่ายให้ประชาชนถืออย่างน้อย 30% ซึ่งกระทรวงพลังงานเห็นว่าประเด็นนี้ไม่เป็นไปตามสัญญาที่กำหนดให้หลังจำหน่ายหุ้น เชฟรอนถือ 45% ปตท. 25% และประชาชน 30%







