
เอกชนดิ้นขึ้นค่าจ้างคนไทย
หวังดึงให้ทำงานต่ออีกวันละ80 หนีแรงงานต่างด้าวได้ 300บาท
หวังดึงให้ทำงานต่ออีกวันละ80 หนีแรงงานต่างด้าวได้ 300บาท
เอกชนเตรียมปรับค่าจ้างแรงงานไทยเพิ่มอีก 50-80 บาทต่อวัน จูงใจทำงานต่อ ภาคก่อสร้างขาดแคลนหนักกว่า 3 แสนคน ขอนำเข้าต่างด้าวเพิ่มจูงใจแรงงานไทยทำงานต่อ
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งอยู่ระหว่างพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำแก่แรงงานที่เป็นคนไทยอีก 5080 บาทต่อวัน หรือวันละ 350-380 บาท มีผล 1 ม.ค. 2556 เพื่อให้เกิดช่องห่างรายได้ระหว่างแรงงานไทยกับต่างด้าว เพราะนายจ้างยังคงต้องการแรงงานไทยที่มีคุณภาพมากกว่าเนื่องจากนายจ้างส่วนใหญ่ต้องการแรงงานที่เป็นคนไทยมากกว่าต่างด้าว เพราะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพจึงจำเป็นต้องเพิ่มค่าจ้างเพื่อรักษาแรงงานไทยให้ทำงานต่อไปไม่เช่นนั้นจะถูกผู้ประกอบการรายใหญ่แย่งพนักงานโดยจูงใจให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า
นอกจากนี้ เตรียมปรับค่าจ้างแรงงานที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ระดับหัวหน้างานจนถึงผู้จัดการอีก 15-20% หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นให้รายละ 2,400-2,500 บาทต่อเดือน เพื่อขยับค่าจ้างให้ห่างจากค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ
“นโยบายการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้น 80% ภายใน 1-2 ปี สร้างความปั่นป่วนและเสียหายแก่อุตสาหกรรมของไทยเป็นอย่างมาก เพราะค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากสุดคงเป็นคนต่างด้าว ซึ่งบางรายก็ยังนับเลข 1-100 ไม่ได้เลย” นายธนิต กล่าวส่วนแรงงานที่เป็นคนไทยนั้นในวงการจ้างงานของอุตสาหกรรมไทยถือว่าแรงงานที่มีฝีมือ มีคุณภาพกว่าแรงงานต่างด้าวจึงจำเป็นต้องให้ค่าจ้างที่สูงกว่า
“รัฐบาลไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการให้ค่าจ้างเท่าไหร่นัก เพราะหลายคนคงเข้าใจว่าแค่เพิ่มเงินค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ซึ่งหากเป็นแค่เพิ่มขั้นต่ำเป็น 300 บาทคงไม่มีปัญหามากนัก แต่ที่นายจ้างต้องคิดหนักคือต้องมีการปรับโครงสร้างค่าจ้างแก่แรงงานที่ทำงานมานานตรงนี้มี 56 ล้านคนให้มีส่วนต่างจากแรงงานใหม่เพิ่มอีก และให้ค่าจ้างแรงงานไทยห่างจากต่างด้าวด้วย” นายธนิต กล่าว
รายงานข่าวจาก ส.อ.ท. แจ้งว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานมากที่สุด คือ สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ก่อสร้าง เป็นต้น หากแบ่งรายภูมิภาคพบว่า ภาคกลางขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานมาก ภาคเหนือ เป็นกลุ่มสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย และเครื่องหนัง เช่นเดียวกับภาคอีสาน ส่วนภาคใต้ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ธุรกิจอาหาร และโรงแรม
นายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปีนี้เดิมประเมินว่ามูลค่างานก่อสร้างในประเทศไทยจะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท ซึ่งอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากขาดแคลนแรงงานภาคก่อสร้างราว 3 แสนคน ส่งผลให้งานก่อสร้างหลายโครงการชะลอไป
ทั้งนี้ สถาบันการก่อสร้างฯ อยู่ระหว่างเจรจากับกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้รัฐเปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวสนใจที่จะเข้ามาทำงานในไทยอีก 3 ประเทศ คือ เวียดนาม บังกลาเทศ และศรีลังกา จากปัจจุบันที่ไทยจำกัดแรงงานต่างด้าวเพียง 3 ประเทศคือ ลาว พม่า และกัมพูชา และขณะนี้แรงงานพม่าเริ่มทยอยกลับประเทศรองรับการขยายตัวภายใน
นายจักรพร กล่าวว่า สถาบันการก่อสร้างฯ มีนโยบายเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีศักยภาพมากขึ้น เป็นแรงงานกึ่งฝีมือเพื่อให้มีรายได้ขั้นต่ำมากกว่าวันละ 300 บาท หรืออยู่ที่ 450-500 บาทต่อวัน







