
รัฐออกโรงตีกันค่าจ้างไม่เกี่ยวขยับราคาสินค้า
พาณิชย์ยันค่าจ้างไม่กระทบราคาสินค้าปีหน้า ชี้ผู้ผลิตปรับตัวหันใช้เครื่องจักรแทนแล้ว แต่เปิดทางให้หมูขึ้นราคาต่อ ห่วงขาดทุนนานทำเกษตรกรเลิกเลี้ยง
พาณิชย์ยันค่าจ้างไม่กระทบราคาสินค้าปีหน้า ชี้ผู้ผลิตปรับตัวหันใช้เครื่องจักรแทนแล้ว แต่เปิดทางให้หมูขึ้นราคาต่อ ห่วงขาดทุนนานทำเกษตรกรเลิกเลี้ยง
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลกระทบการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท/วัน ที่จะมีผลทุกจังหวัดในต้นปี 2556 คาดว่าจะไม่กระทบราคาสินค้าภาพรวมปีหน้า โดยสินค้าส่วนใหญ่จะไม่ปรับขึ้น ยกเว้นสินค้าบางรายการที่มีการใช้แรงงานสูงเท่านั้น เช่น กลุ่มเสื้อผ้าและธุรกิจเอสเอ็มอีบางประเภท เนื่องจากระยะหลังผู้ผลิตสินค้าได้ปรับตัวใช้เครื่องจักรผลิตสินค้าแทนเกือบทั้งหมด อีกทั้งการแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง จึงเชื่อว่าราคาสินค้าและค่าครองชีพจะไม่ปรับขึ้นรุนแรงจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่จะมีเพียงแค่สินค้าบางรายการที่ขอปรับขึ้นบ้างเท่านั้น
สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าช่วงสิ้นปีนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคราคายังทรงตัวเท่าเดิม รวมถึงอาหารจานด่วน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าและวัตถุดิบอาหารสด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ทรงตัว แต่ที่มีผลกระทบจะเป็นกลุ่มอาหารสัตว์ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงกำลังช่วยลดต้นทุนด้วยการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่ ขณะที่อาหารประเภทโปรตีน เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู อาจมีการปรับราคาขึ้นมาบ้าง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร หลังจากที่ผ่านมาผู้เลี้ยงประสบปัญหาราคาตกต่ำและขาดทุนนาน
กรณีสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เตรียมขอขยับราคาหมูเป็นขึ้นอีก กก.ละ 4 บาท เป็น 61 บาท ซึ่งจะทำให้เนื้อหมูชำแหละขายปลีกปรับขึ้นเป็น กก.ละ 120 บาท กรมจะพิจารณาตามต้นทุนที่แท้จริง โดยอ้างอิงข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ หากจำเป็นอาจต้องยอมปรับราคาขึ้นเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นต่อไปหากปล่อยให้เกษตรกรขาดทุนนาน อาจจะมีการเลิกเลี้ยงและท้ายที่สุดต้องประสบปัญหาเนื้อหมูขาดแคลนได้
ช่วงปลายปีนี้ กระทรวงมีแผนจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกครั้งใหญ่ 3 งาน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพในช่วงที่จะมีการจับจ่ายใช้สอยมากช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขณะนี้ได้เริ่มงานธงฟ้าฝ่าวิกฤตกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ครั้งที่ 1 แล้ว วันที่ 15-19 พ.ย. บริเวณตลาดธนบุรี สนามหลวง มีร้านค้าราคาถูกมาจำหน่ายกว่า 400 ร้านค้า ราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20-40% อาทิ เนื้อหมู กก.ละ 70 บาท ไก่สด กก.ละ 50 บาท ไข่ไก่ถาดละ 65 บาท น้ำตาลทราย กก.ละ 17 บาท น้ำมันพืชขวดละ 34 บาท โดยคาดจะมีประชาชนเข้าร่วมงาน 1 แสนคน มีการใช้จ่ายรวม 60-70 ล้านบาท และช่วยลดค่าครองชีพได้ 30 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ จะจัดงานธงฟ้าครั้งใหญ่ที่เมืองทองธานี วันที่ 30 พ.ย.- 4 ธ.ค.นี้ และมหกรรมสินค้าดี 4 ภาค ครั้งที่ 1 วันที่ 25-29 ธ.ค. ที่เมืองทองธานี โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสินค้าเอสเอ็มอีและโอท็อปมาจำหน่ายสินค้าเพื่อช่วยขยายตลาดให้ผู้ผลิตรายย่อยรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และเป็นการช่วยประชาชนลดค่าครองชีพในช่วงปีใหม่ที่จะมีการออกมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมากด้วย







