
PTTกำไรไตรมาส3โต67%
ทั้งกลุ่มตุนเงินเพิ่มกว่า7.9หมื่นล้าน ไตรมาส4ยังดีน้ำมัน-ปิโตรฯราคาดี
ทั้งกลุ่มตุนเงินเพิ่มกว่า7.9หมื่นล้าน ไตรมาส4ยังดีน้ำมัน-ปิโตรฯราคาดี
PTT กำไรไตรมาส 3 กว่า 3.6 หมื่นล้าน โตขึ้น 67% เหตุธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรเคมีฟื้น ดันทั้งกลุ่มกำไร 7.9 หมื่นล้าน โตขึ้น 113% ชี้แนวโน้มไตรมาส 4 ดีต่อเนื่อง
บริษัท ปตท. (PTT) ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2555 ซึ่งบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.92% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.14 หมื่นล้านบาท
ส่งผลให้งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 8.19 หมื่นล้านบาท ลดลง 7.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.86 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ปีนี้ PTT มีรายได้จากการขายจำนวน 6.86 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 107.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เหลือ 106.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นและรายได้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน (EBITDA) เพิ่มขึ้นจำนวน 3,423 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.5%
อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานที่ดีขึ้นส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการของ PTTEP ที่ดีขึ้นมาก และงวดนี้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 195.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะกลุ่มธุรกิจการกลั่นและกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีที่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5,362 ล้านบาท
บริษัทยังได้รับผลจากการที่รัฐบาลลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ด้วยเพราะในงวดไตรมาสนี้บริษัทและบริษัทย่อย มีภาระภาษี รวม 8,935 ล้านบาท ลดลง 1,443 ล้านบาท หรือ 13.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
งวดไตรมาส 3 บริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งนับรวม ปตท. รวม 6 บริษัท ประกอบด้วย ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท ปตท.โกลบอลเคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) มีกำไรสุทธิรวม 7.97 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 113.10% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.74 หมื่นล้านบาท
งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิรวม 1.61 แสนล้านบาท ลดลง 3.63% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 1.67 แสนล้านบาท
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4 น่าจะดีขึ้นจากไตรมาส 3 เพราะคาดว่ามันดิบดูไบจะเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดและความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังไม่ยุติ ประกอบกับความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น
ค่าการกลั่นน่าจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8-9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันมันดิบและแนฟทาที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นด้วย
ประกอบกับความต้องการผลิตสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ โดยราคาโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงคาดว่าจะอยู่ที่ 1,397 เหรียญสหรัฐต่อตัน และราคาโพลีโพรพิลีน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,471 เหรียญสหรัฐต่อตัน เช่นเดียวกับราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ โดยราคาเบนซีนคาดว่าจะอยู่ที่ 1,218 เหรียญสหรัฐต่อตัน และราคาพาราไซลีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,516 เหรียญสหรัฐต่อตัน







