posttoday
ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  การตลาดใหม่ปั้นท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ การตลาดใหม่ปั้นท่องเที่ยวไทย

16 พฤศจิกายน 2555

สภาวะโลกร้อน เป็นปัญหาที่ถูกกล่าวถึงมาอย่างต่อเนื่อง นับจากธรรมชาติเริ่มทวงคืนความสมดุลผ่านรูปแบบภัยธรรมชาติ

สภาวะโลกร้อน เป็นปัญหาที่ถูกกล่าวถึงมาอย่างต่อเนื่อง นับจากธรรมชาติเริ่มทวงคืนความสมดุลผ่านรูปแบบภัยธรรมชาติ

ที่เกิดขึ้นแทบทุกมุมโลกในหลายประเทศ ทั้งเหตุการณ์สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ฯลฯ ล้วนเป็นเหตุผลให้ทุกอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อลดผลกระทบต่อสภาวะเรือนกระจกโลก ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดปัญหาโลกร้อน แต่ผลตอบรับของนักท่องเที่ยวคนไทย กลับไม่เด่นชัดมากนัก เมื่อเทียบกับการตระหนักพร้อมปฏิบัติของนักท่องเที่ยวแถบยุโรป สแกนดิเนเวีย เยอรมนี

นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.กล่าวว่า อพท.ได้ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประเทศไทย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศ การจัดการแหล่งท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย นำแนวทางการบริหารจัดการคาร์บอนต่ำเป็นจุดขายใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะอยู่ในกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยวในอนาคต

ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  การตลาดใหม่ปั้นท่องเที่ยวไทย

 

ทั้งนี้มองว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยว จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงแพ็กเกจราคาห้องพัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ให้มีราคาที่จูงใจนักท่องเที่ยว เกิดความต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว

“การสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน จะประสบความสำเร็จได้จริงหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน คือ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว” นาฬิกอติภัค กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องวางแผนกลยุทธ์การตลาด การออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงผลตอบแทนที่รับ ว่าการเป็นส่วนหนึ่งของการใช้คาร์บอนต่ำแล้วอะไรกลับคืนมา

พล.ต.จรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง อพท.เล่าว่า อพท.ได้นำร่องสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่เกาะหมาก เกาะกูด และเกาะช้าง จ.ตราด ให้มีความรู้ความเข้าใจแนวทางปฏิบัติการ ให้โรงแรม ร้านอาหาร ลดการใช้คาร์บอน โดยมีผลมาจากการใช้ไฟฟ้า น้ำมัน และขยะ เป็นปัจจัยหลัก ซึ่ง อพท.จัดโครงการอบรมผู้ประกอบการให้รู้ถึงแนวทางปฏิบัติ เช่น การลดความร้อนอาคารที่พัก ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง ด้วยการใส่ฉนวนกันความร้อน เป็นต้น

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีความเข้าใจว่า เมื่อเข้าสู่กระบวนการลดโลกร้อน ตั้งแต่การก่อสร้าง ทำให้เงินลงทุนกิจการสูงขึ้น แต่ปัจจุบันมีผลพิสูจน์แล้วว่า มีความคุ้มค่าสามารถประหยัดได้จริงในระยะยาว และสามารถสร้างเป็นจุดขายใหม่ได้ดี” พล.ต.จรัสพิมพ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจกับการปฏิบัติตนให้เป็นส่วนหนึ่งการลดภาวะโลกร้อน รัฐบาลควรออกมาให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ผ่านโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงออกกฎหมายการก่อสร้างอาคารให้มีส่วนลดภาวะโลกร้อน เพราะที่ผ่านมานักออกแบบก่อสร้างบ้านไม่มีแนวคิดในเรื่องดังกล่าวมากนัก

สำหรับแผนส่งเสริมของ อพท.เตรียมออกมาตรฐานสถานประกอบการคาร์บอนต่ำใน 3 ประเภท ได้แก่ กรีน ซุปเปอร์กรีน และอัลติเมท กรีน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณต้นปีหน้า

ด้าน สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่ได้นำแนวทางการลดภาวะโลกร้อนมาบริหารจัดการภายในโรงแรมมานาน เช่น ลดการใช้ไฟฟ้า การบำบัดขยะ ฯลฯ แต่ไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้การปฏิบัติดังกล่าวไม่เพิ่มโอกาสทางการตลาดในวงกว้างมากนัก ทั้งๆ ที่โครงการมีผลตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม การปลุกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวคนไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมลดภาวะโลกร้อนจะเห็นเป็นผลเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่นั้น ภาครัฐควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ขณะที่แนวทางดังกล่าวสามารถใช้เป็นกลยุทธ์กระตุ้นการเดินทางได้จริงหรือไม่นั้น ควรมีข้อพิสูจน์สะท้อนภาพให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ