
อสมทลุยทีวีดิจิตอล5ช่อง
แผนปีหน้าลงทุนกว่า5,000ล. ส่งผลปปช.ไร่ส้มให้วิก3คิดเอง
แผนปีหน้าลงทุนกว่า5,000ล. ส่งผลปปช.ไร่ส้มให้วิก3คิดเอง
อสมท ลั่นปีหน้าควักกว่า 5,000 ล้าน ลุยทีวีดิจิตอล 5 ช่อง ด้านผล ป.ป.ช. กรณีไร่ส้มส่งให้ช่อง 3 พิจารณา พร้อมคุมเข้มหวั่นซ้ำรอย
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า แผนปี 2556 ทีวีดิจิตอลจะเป็นทิศทางหลักของ อสมท โดยได้ยื่นขออนุญาตทดลองออกอากาศ จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในเดือน ธ.ค.นี้ และพร้อมยื่นประมูลเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอลในต้นปีหน้า คาดจะใช้เงินลงทุน 2,800 ล้านบาท และจะยื่นประมูลช่องรายการอีก 5 ช่อง แบ่งเป็นช่องเอชดี 1 ช่อง ช่องบริการสาธาณะ 1 ช่อง อีก 3 ช่องจะเป็นช่องบริการทั่วไป โดยใช้เงินลงทุนในส่วนนี้อีก 2,500 ล้านบาท
ขณะแผนหารายได้จะมาจากหลายแนวทาง ทางแรก จะมาจากผังรายการช่อง 9 ซึ่งจะปรับแนวคิดใหม่จากสังคมอุดมปัญญาเป็นสังคมที่สร้างสรรค์ด้วยปัญญา จะแถลงรายละเอียดวันที่ 27 พ.ย.นี้ และอาจจะปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะเน้นหารายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น โครงการที่ดิน 50 ไร่ ที่ดินที่หนองแขม บางไผ่รอบบริเวณสถานีวิทยุในต่างจังหวัดทั่วประเทศ คาดว่าจะทำให้ อสมท มีรายได้เพิ่มขึ้น 15% ในปีหน้า
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้ 4,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน มีกำไรอยู่ที่ 1,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% ซึ่งเป็นแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม โทรทัศน์โดยรวม เนื่องจากปีก่อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้การใช้งบลดลง
นายเอนก กล่าวถึงกรณีบริษัท ไร่ส้ม โฆษณาเกินเวลาโมเดิร์นไนน์ ว่า ในส่วน อสมท คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อย่างไรก็ตามบริษัทได้ส่งสำนวนการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ช่อง 3 ในฐานะผู้รับสัมปทานและเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของบริษัท ไร่ส้ม และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา
“กรณีนี้อยู่ในขั้นตอนของ กระบวนการยุติธรรม การพิจารณาของศาล ซึ่ง อสมทได้ส่งตัวแทนไปชี้แจง ส่วนกรณีช่อง 3 จะดำเนินการอย่างไร ไม่อยู่ในอำนาจของ อสมท ที่จะดำเนินการ แค่นี้คงพอแล้ว ไม่อยากไปซ้ำเติม” นายเอนก กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัท อสมท ได้วางระบบการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเพื่อความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้เกิดการโฆษณาเกินเวลาอีกในอนาคต







