
เชียร์รัฐโหมลงทุนรับเออีซี
ไทยพาณิชย์ชี้พึ่งส่งออกไม่ได้ธปท.หนุนแบงก์‘โกอินเตอร์’
ไทยพาณิชย์ชี้พึ่งส่งออกไม่ได้ธปท.หนุนแบงก์‘โกอินเตอร์’
ไทยพาณิชย์ กระตุกรัฐบาลลงทุนในประเทศ เตรียมพร้อมเปิดรับเออีซี พึ่งส่งออกตัวเดียวอันตราย
นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในด้านการเคลื่อนย้ายการลงทุน ซึ่งจะมีทั้งผลดีและผลเสีย แต่หากไทยยังพึ่งพาการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยไม่หันมาลงทุนในประเทศให้มากขึ้นก็จะเป็นเรื่องอันตราย เพราะปัจจุบันการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพในประเทศมีสัดส่วนต่ำมากแค่ 20% ของอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ และลดลงต่อเนื่องนับจากปี 2540 ซึ่งอยู่ในระดับ 30-35% รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการลงทุนให้มาก
นางสุทธาภา กล่าวว่า สิ่งที่ไทยจะเผชิญจากการเปิดเออีซี คือ ปัญหาแรงงาน คุณภาพแรงงาน ซึ่งขณะนี้วิชาชีพพยาบาลเริ่มขาดตลาดแล้ว ดังนั้นควรเร่งมือพัฒนาคนในประเทศ เพราะแรงงานคุณภาพจะเป็นปัญหาในระยะยาว
นางสุทธาภา กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจโลกนั้นยังมีความเสี่ยงมาก จากนี้ไปนโยบายการเงินของไทยที่รับมาจากสหรัฐและยุโรป (อียู) จะเริ่มเปลี่ยน เดิมนโยบายการเงินมีการตั้งเป้าหมายกรอบเงินเฟ้อ เมื่อเกิดการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมากของสหรัฐและยุโรป จะส่งผลให้เงินที่มีจำนวนมากไหลเข้าประเทศต่างๆ และไทย ซึ่งต่อไปเงินบาทจะมีความผันผวนมาก
นางสุทธาภา กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการเงินในยุโรปเริ่มมีปัญหามากขึ้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มเป็น 2 หลัก เมื่อสถาบันการเงินในยุโรปอ่อนแอ จะส่งผลต่อการกู้เงินของธนาคารพาณิชย์ไทย การปล่อยกู้ในเอเชียและไทยจะน้อยลง และจะส่งผลต่อเครดิตไลน์ด้วย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถา “โอกาสและศักยภาพทางการเงินของไทยในยุค AEC” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า การเปิดตลาดเออีซีเป็นตลาดเดียว มีขนาดเศรษฐกิจมากกว่า 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เป็นกลุ่มเศรษฐกิจไฟแรงที่โลกต้องจับตา จึงเป็นโอกาสที่ภาคธนาคารจะตักตวงผลประโยชน์จากเงินทุน เทคโนโลยี และทรัพยากรมนุษย์ที่เคลื่อนย้ายโดยเสรียิ่งขึ้น ธนาคารใดที่ยังไม่ไปต่างประเทศก็ถือโอกาสนี้วางฐานในอาเซียน เพราะตลาด CLMV ที่มีกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม เป็นตลาดเกิดใหม่กำลังต้องการผู้นำทาง ที่จะนำพาธุรกิจไทยและขยายฐานลูกค้าไปนอกประเทศ
ทั้งนี้ การเปิดเสรีในภาคการเงินถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จึงควรมีการดูแล และให้ความสำคัญเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายที่หลายประเทศระมัดระวังมากขึ้น







