
CTHพร้อมจับมือทุกค่ายยิงสดพรีเมียร์ลีก
ซีทีเอชคว้าสิทธิยิงสดบอลพรีเมียร์ลีก3ฤดูกาล ลั่นพร้อมคุยทุกค่ายร่วมถ่ายทอด พร้อมลงทุน 2 หมื่นล้าน ผุดกล่องรับสัญญาณเชื่อมสายไฟเบอร์ออฟติก
ซีทีเอชคว้าสิทธิยิงสดบอลพรีเมียร์ลีก3ฤดูกาล ลั่นพร้อมคุยทุกค่ายร่วมถ่ายทอด พร้อมลงทุน 2 หมื่นล้าน ผุดกล่องรับสัญญาณเชื่อมสายไฟเบอร์ออฟติก
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง (ซีทีเอช) กล่าวว่า บริษัทได้รับสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ลาวและกัมพูชา รวม 3 ฤดูกาล เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2013/2014 – 2015/2016 ทั้งนี้จะทำให้ซีทีเอช ขึ้นเป็นเครือข่ายเคเบิลระดับชาติใหญ่ที่สุดในประเทศในปี 2556
ทั้งนี้บริษัทมีแผนลงทุน 3 ปี ใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในการปรับปรุงโครงข่ายการให้บริการเคเบิลทีวีเป็นระบบดิจิตอล แบ่งเป็นงบลงทุนอุปกรณ์และกล่องรับสัญญาณ 8,000 ล้านบาท และงบสำหรับซื้อคอนเทนต์อีก 1.2 หมื่นล้านบาท โดยจะเริ่มให้บริการในเดือนก.พ.2556
บริษัทกำลังเร่งจัดทำกล่องรับสัญญาณใหม่ สำหรับการรับชมพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะ ซึ่งเบื้องต้นจะจัดทำไว้ประมาณ 2.5 ล้านกล่อง โดยกล่องดังกล่าวจะเชื่อมกับสายไฟเบอร์ออฟติก แทนจานรับดาวเทียม ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เซ็นสัญญาเช่าโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกในการถ่ายทอดสัญญาณ กับบริษัททีโอที และเจ้าของโครงข่ายในพื้นที่ กทม. และจังหวัดใหญ่ๆ
นอกจากนี้ได้เตรียมเพิ่มช่องสัญญาณ 8 ช่อง เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษให้ครบ 380 แมตช์ ซึ่งยืนยันว่า ที่ใดที่สายโทรศัพท์ไปถึง สัญญาณพรีเมียร์ลีก จะไปถึงด้วยเช่นกัน ส่วนทีมพากษ์ฟุตบอลจะมาจากเครือสยามสปอร์ต และมีแผนถ่ายทอดสดผ่านทั้ง 3 จอ ได้แก่ จอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์และมือถือ
นายวิชัยยืนยันว่า ผู้ที่รับชมฟรีทีวีก็จะสามารถรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้เช่นกัน แต่จะเป็นลักษณะของบางคู่เท่านั้น ไม่ใช่ทุกคู่ ส่วนจะเป็นคู่ใดบ้างก็จะมีการหารือกันต่อไป
"ซีทีเอช จะนำลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เข้าสู่ทุกครัวเรือนของประเทศไทย ในราคาที่ย่อมเยา เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ชมให้น้อยที่สุด เพื่อให้ผู้ชมให้เร้าใจไปกับเกมส์ฟุตบอล โดยไม่มีจอดำ"นายวิชัยกล่าว
ทั้งนี้คาดว่าจากลิขสิทธิพรีเมียร์ลีก 3 ปี จะทำให้ฐานลูกค้าของ ซีทีเอช เพิ่มขึ้นจาก 3.5 ล้านครัวเรือน เป็น 7 ล้านครัวเรือน หรือจำนวนผู้ชมประมาณ 28 ล้านคนทั่วประเทศ และคาดว่าภายใน 5 ปีจะครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนในประเทศไทย
นายวิชัยกล่าวว่า ราคาในการประมูลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจาก พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ ก่อน แต่ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ผู้ชนะประมูลจะต้องเสนอราคามากกว่า อันดับ 2 ไม่น้อยกว่า 10%
"เรื่องงบยังบอกไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขสัญญา ซึ่งบอกได้ว่า ราคาแพง แต่ไม่บ้าเลือด เพราะทำธุรกิจต้องมีเหตุผล คิดวางแผนบนตัวเลขที่เหมาะสม ธุรกิจถึงจะเดินไปได้" นายวิชัย กล่าว
สำหรับความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ทรูวิชั่นส์ แกรมมี่ และอาร์เอส นั้น นายวิชัย กล่าวว่า บริษัทมีแนวทางชัดเจนที่จะร่วมมือกับทุกค่าย แต่ต้องดูเงื่อนไขจาก พรีเมียร์ลีก เป็นหลัก เนื่องจากมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เข้มงวดเกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพผ่านผู้ประกอบการเจ้าอื่น ป้องกันการฮั้วประมูล อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ทาง พรีเมียร์ลีกจะรับฟังเหตุผล เพราะเป้าหมายหลักของ พรีเมียร์ลีกคือ การขยายฐานผู้ชมให้มากที่สุด







