
อเบอร์ดีนปลื้มหุ้นในพอร์ตกำไรพุ่ง
ปีหน้าหุ้นประกันยานยนต์ฟื้นมั่นใจหุ้นไทยปัจจัยบวกเพียบ
ปีหน้าหุ้นประกันยานยนต์ฟื้นมั่นใจหุ้นไทยปัจจัยบวกเพียบ
บลจ.อเบอร์ดีน มั่นใจหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวก หวังปีหน้าหุ้นในพอร์ตกำไรโต 19-20% หลังจากประกันยานยนต์ฟื้น ห่วงการเมืองไม่นิ่งฉุดความมั่นใจนักลงทุนต่างชาติ
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกและมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำทำให้ระดับเงินเฟ้อไม่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาครัฐยังมีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก เช่น การลดดอกเบี้ยและการใช้จ่ายภาครัฐ
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งยังมีแผนขยายตลาดไปสู่เมืองรอบนอกและประเทศอื่นในภูมิภาคมากขึ้น ในขณะที่ฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสที่จะมีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
“สำหรับหุ้นที่เราถืออยู่คาดว่า จะสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นประมาณ 19-20% ในปี 2556 เนื่องจากอุตสาหกรรมประกันภัยและยานยนต์ฟื้นตัวจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 จนทำให้คาดว่า ปีนี้หุ้นในพอร์ตจะมีกำไรประมาณ 7% และอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 2.9%” นายอดิเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอดิเทพ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ สถานการณ์ทางการเมือง ที่อาจจะกลับมามีความเสี่ยงต่อการลงทุนได้อีก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองนิ่งช่วยหนุนให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจมากขึ้น
“ปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 11-12 เท่า ไม่แพงมาก แต่ก็ขึ้นมาระดับหนึ่ง ใกล้เคียงกับภูมิภาค ซึ่ง 56 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยซื้อขายต่ำกว่าเพื่อนบ้านมาตลอด แต่ตอนนี้แนวโน้มดีขึ้น เพราะนักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองมากขึ้นทำให้พี/อีสูงขึ้น” นายอดิเทพ กล่าว
ทั้งนี้ กองทุน Aberdeen Pacific Equity Fund ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น มีน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย 7.4% ซึ่งถือเป็นการให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าดัชนีมาตรฐาน
นายพรชัย ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจลงทุน โดยเครดิต สวิส ให้น้ำหนักลงทุนมากกว่าดัชนีมาตรฐาน
“มีสัญญาณที่ดีหลายอย่างบ่งบอกว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่รวมทั้งจีนจะปรับตัวขึ้น โดยเศรษฐกิจจีนน่าจะถึงจุดต่ำสุดและค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเราปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากขึ้นอีก เพราะเชื่อว่าช่วงต้นๆ ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ตลาดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะได้รับประโยชน์มากกว่า” นายพรชัย กล่าว







