
EARTHตัวเบาจ่ายปันผล
EARTH ดึงกำไร 9 เดือน เฉียด 1,000 ล้าน ล้างขาดทุน มั่นใจไตรมาส 4 เริ่มปันผลได้
EARTH ดึงกำไร 9 เดือน เฉียด 1,000 ล้าน ล้างขาดทุน มั่นใจไตรมาส 4 เริ่มปันผลได้
นายขจรพงศ์ คำดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2555 มีกำไรสุทธิ 325.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213 ล้านบาท คิดเป็น 191% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 111.60 บาท
สำหรับงวด 9 เดือน มีกำไรรวม 952 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.37 บาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันที่มีกำไรเพียง 267 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 256%
นายขจรพงศ์ กล่าวว่า กำไรที่เติบโตมาจากการดำเนินงานขายถ่านหินทั้งหมดจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและอินเดียที่มีความต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้น ซึ่ง EARTH มีเหมืองถ่านหินทำให้ส่งสินค้าได้ตามเป้าหมาย และกำไรขั้นต้นขึ้นมาอยู่ที่ 20.24%
กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า กำไร 9 เดือนที่เติบโต ได้นำไปล้างขาดทุนสะสมและส่วนต่ำมูลค่าหุ้นได้ทั้งหมด และมีกำไรเหลือประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 4 ดีต่อเนื่อง หักเงินสำรอง ตั้งงบลงทุนสำหรับเมืองแห่งใหม่ 4,000-5,000 ล้านบาทแล้ว ส่วนที่เหลือสามารถพิจารณาจ่ายปันผลได้ทันที
“เป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือหุ้น เพราะกำไรสะสมที่จะเกิดขึ้นหลังไตรมาส 4 เป็นต้นไป สามารถจ่ายปันผลได้เลย ตามนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ซึ่งจากนี้ไป 5 ปี EARTH ยังอยู่ในช่วงการโตจากยอดขายและกำไรตามแผนพันธกิจ 5 ปี 5 เหมือง (Mission)” ผู้บริหารกล่าว
สำหรับการซื้อเหมืองแห่งใหม่อยู่ระหว่างดำเนินการตั้งใจให้จบสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่กับผู้ถือหุ้น หรืออย่างช้าภายในเดือน ม.ค. 2556 ซึ่งการซื้อเหมืองใหม่ตั้งใจไม่รบกวนผู้ถือหุ้น โดยให้ที่ปรึกษาการเงินไปพิจารณาและยึดหลัก 3 ข้อ คือ รักษาประโยชน์ผู้ถือหุ้น รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน และดูแลกระแสเงินสด ส่วนเงินที่ซื้อมีทั้งการกู้สถาบันการเงิน การร่วมทุน และเพิ่มทุน
“อนาคต EARTH ยังใสอยู่ ในขณะที่ราคาถ่านหินไม่ดี เป็นโอกาสเหมาะซื้อเหมืองถ่านหิน แต่การเข้าไปซื้อต้องรอบคอบ ใช้คนท้องถิ่น ซึ่งบริษัทได้ตั้งมือกฎหมายจากฮาร์วาร์ดเป็นนักกฎหมายอันดับต้นของโลกมาดูแลกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ” นายขจรพงศ์ กล่าว
สำหรับราคาหุ้นถ่านหินปรับตัวลงถ้วนหน้า มีเพียงยูนิค ไมนิ่งฯ (UMS) ที่ปรับตัวขึ้นปิด 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ขณะที่ EARTH ปิด 6.65 บาท ลดลง 0.15 บาท บ้านปู (BANPU) ปิด 361 บาท ลดลง 14 บาท เอเชียกรีนฯ (AGE) ปิด 3.34 บาท ลดลง 0.14 บาท







