posttoday
ธเรศยันกทค.มีอำนาจรับรองผล3จี

ธเรศยันกทค.มีอำนาจรับรองผล3จี

15 พฤศจิกายน 2555

ประธาน กสทช.ยก 3 นักวิชาการยัน กทค.มีอำนาจรับรองผลประมูลคลื่น 3 จี ก่อนเข้าชี้เเจงศาลปกครอง

ประธาน กสทช.ยก 3 นักวิชาการยัน กทค.มีอำนาจรับรองผลประมูลคลื่น 3 จี ก่อนเข้าชี้เเจงศาลปกครอง   

ธเรศยันกทค.มีอำนาจรับรองผล3จี

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในวาระพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะ กมธ.เรียกร้องให้ประธาน กสทช.ชี้แจงอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในการรับรองผลการประมูลคลื่น 3 จี

พล.อ.อ.ธเรศ กล่าวว่า เดิมทาง กสทช.มีผู้เชี่ยวชาญข้อกฎหมาย 2 คนแต่หาข้อสรุปไม่ได้ถึงแนวทางการประมูลคลื่น จึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาให้ความรู้ถึง 3 คน โดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ในฐานะอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรฯ ระบุว่า อำนาจของ กทค.นั้นในส่วนใดที่ กสทช.ได้ให้อำนาจปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช.ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว หาก กทค.จะมีข้อพิจารณาเป็นประการใดแล้วน่าเป็นข้อยุติโดยไม่ต้องดำเนินเรื่องมาถึง กสทช. อย่างไรก็ตามหาก กสทช.จะตรวจสอบหรือทบทวนสิ่งที่ กสท.และ กทค.ดำเนินการต้องมีกฎระเบียบรองรับ       

ทั้งนี้มาตรา 37 ระบุให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการใดๆ แทน กสทช.ตามมาตรา 27 ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ กสทช.มอบหมาย และ มาตรา 40 ให้ กทค.มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการใดๆ แทน กสทช.ตามมาตรา 27 ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคมและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ กสทช.มอบหมาย

พล.อ.อ.ธเรศ  กล่าวต่อว่า ในขณะที่เลขาฯ ยกร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรฯ ระบุเช่นกันว่า เมื่อคำสั่งออกโดยอาศัยอำนาจมาตรา 37 และ 40 คำสั่งดังกล่าวย่อมมีผลทางกฎหมายในฐานะเป็นคำสั่งทางปกครอง ซึ่งถ้าออกโดยถูกต้องตามกฎหมายและได้แจ้งผู้รับคำสั่งแล้วย่อมมีผลทันที หาก กสทช.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการใช้อำนาจตามมาตรา 37 และ 40 ของคณะกรรมการเฉพาะด้านไว้ล่วงหน้าหรือคณะกรรมการเฉพาะด้านได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว กสทช.ย่อมไม่สามารถทักท้วงคำสั่งหรือการดำเนินการของคณะกรรมการเฉพาะด้านที่ดำเนินการตามาตรา 37 และ 40 ได้ อย่างไรก็ตามคำสั่งดังกล่าวที่มีสถานะเป็นคำสั่งทางปกครอง หากผู้ที่รับคำสั่งดังกล่าวไม่เห็นด้วย ย่อมสามารถอุทธรณ์ต่อองค์กรที่สูงกว่าได้

“เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับกฎหมายวิธีพิจารณาความปกครอง คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะด้านที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 37 และ 40 การใช้อำนาจหน้าที่ของ กทค.ย่อมมีผลทางกฎหมาย แต่ปรากฏว่าต่อมามีผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเข้าสู่กระบวนวิธีการพิจารณาทางปกครองต่อไป” พล.อ.อ.ธเรศ กล่าว

พล.อ.อ.ธเรศ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันนายฤทัย หงส์สิริ อธิบดีศาลปกครองกลาง ให้ความเห็นกับทาง กสทช.ว่า หากพิจารณาบทกฎหมายทั้ง 3 มาตรา คือ มาตรา 27 37 และ 40 แล้วพิจารณาได้ว่า กสทช.มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดกรอบนโยบาย เช่น มาตรา 27 (1) โดย กสท. และกทค.จะปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบนโยบายที่ กสทช.กำหนด ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของ กสท.และ กทค.ตามที่กฎหมายกำหนดไม่ต้องรับมอบหมายจาก กสทช.อีก ทั้งนี้ กสทช.จะปฏิบัติหน้าที่แทน กทค.และ กสท.ไม่ได้

อย่างไรก็ตามการเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาต่อ กสทช. ดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ย.ปี 54 จนนำมาสู่การออกแนวปฏิบัติในวันที่ 15 ธ.ค. และกสทช.ย้ำว่าได้ใช้แนวทางปฏิบัตินี้มาตลอด

หลังจากนั้นทาง กมธ.ได้ซักถามเพิ่มเติมและถกเถียงกับ ประธาน กสทช.ร่วมชั่วโมงก่อน ที่ พล.อ.อ.ธเรศจะขออนุญาต กมธ.ออกจากการประชุมเพื่อเข้าชี้เเจงต่อศาลปกครองที่ในเวลา 13.30 น.

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ