
หุ้น13พ.ย.ปิดลดลง5.43จุด
ดัชนีปิดที่ 1,289.07 จุด ลดลง 5.43 จุด หรือ 0.42 % มูลค่าการซื้อขาย 38,836.55 ล้านบาท
ดัชนีปิดที่ 1,289.07 จุด ลดลง 5.43 จุด หรือ 0.42 % มูลค่าการซื้อขาย 38,836.55 ล้านบาท
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยตลอดทั้งวันนี้ดัชนีมีการแกว่งตัวออกด้านข้างในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงขาลงของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นดาวโจนส์ที่ได้รับแรงกดดันจากวิกฤตปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งสำนักงานแห่งสภาคองเกรสของสหรัฐฯ คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลดลง 0.5% ในปี 2556 หากสภาคองเกรสไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ประกอบกับวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะทางยุโรป เช่นประเทศกรีซในเรื่องมาตรการรัดเข็มขัด
ทั้งนี้ มองว่า ตลาดหุ้นไทยตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงเนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นจิตวิทยาในการลงทุน ซ้ำยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศ จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในแดนลบตลอดจนถึงช่วงต้นเดือน ธ.ค. ในขณะเดียวกันปัจจัยลบจากตลาดภูมิภาค ได้แก่ ดัชนีตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 3 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือนติดต่อกัน'
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยในวันที่ 14 พ.ย.สหรัฐจะรายงานตัวเลขงบประมาณรายเดือน อังกฤษจะรายงานอัตราการว่างงานในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และจะเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานในเดือน ต.ค.
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเล่นหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กแบบกระจายเป็นรายตัว โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1280 จุด แนวต้านที่ 1295 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อข ายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
CPF มูลค่าการซื้อขาย 5,260 ล้านบาท ปิด 33.75 บาท ลดลง 2.25 บาท (-6.25%)
BTS มูลค่าการซื้อขาย 2,017 ล้านบาท ปิด 6.25 บาท ลดลง 0.20 บาท (-3.10%)
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,421 ล้านบาท ปิด 5.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.31 บาท (+6.54%)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,147 ล้านบาท ปิด 179.50 บาท ลดลง 3.00 บาท บาท (-1.64%)
WHA มูลค่าการซื้อขาย 962 ล้านบาท ปิด 21.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+4.98%)







