posttoday
หวั่นเที่ยวไทยเพลี่ยงพล้ำหลังเออีซี

หวั่นเที่ยวไทยเพลี่ยงพล้ำหลังเออีซี

13 พฤศจิกายน 2555

โพลฯชี้ภาครัฐทำงานซ้ำซ้อนเวียดนามกัมพูชาหนุนลงทุน

โพลฯชี้ภาครัฐทำงานซ้ำซ้อนเวียดนามกัมพูชาหนุนลงทุน

โพลหอการค้าระบุไทยจ่อเสียโอกาสตลาดทางการท่องเที่ยวหลังเปิดเออีซี หวั่นเวียดนาม กัมพูชา เทียบชั้นหลังผุดวันสต็อบเซอร์วิส หนุนลงทุรับเปิดเออีซี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศักยภาพทางการท่องเที่ยวไทยสามารถขึ้นเป็นผู้นำ (ฮับ) ทางการท่องเที่ยวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะจุดขายความเป็นมิตรของคนไทยและความคุ้มค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม การที่ไทยขาดหน่วยงานภาครัฐเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงไม่มีหน่วยงานที่สามารถรวบรวมกฎระเบียบและกฎหมายด้านการลงทุนอย่างเป็นเอกภาพ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางการตลาดที่จะผลักดันภาคการลงทุนให้เติบโต

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประเทศเวียดนาม ที่จัดตั้งศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิสด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจรและประเทศกัมพูชาที่รัฐบาลสนับสนุนด้านเงินทุนอย่างเต็มที่ ทำให้มองว่าไทยอาจเสียเปรียบได้

นอกจากนี้ ยังพบว่าจากการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 400 คน ถึงสถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวและการเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 พบว่า ประเทศที่มีกฎระเบียบเอื้อต่อการท่องเที่ยวในกลุ่มเออีซี ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ตามลำดับ

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ซึ่งผู้ประกอบการเห็นว่าปัญหาวีซ่าและกฎหมายต่างๆ ยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ทำให้ประเทศไทยพัฒนาไม่เต็มศักยภาพ ดังนั้นภาครัฐควรจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อเชื่อมโยงการทำงาน รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน หากไม่เร่งดำเนินการจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่สามารถเป็นแกนกลางเรื่องกฎหมายต่างๆได้ เช่น โรงแรมขึ้นกับมหาดไทย แต่การจดทะเบียนบริษัท ขึ้นกับกระทรวงพาณิชย์”นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับผลโพล พบว่าประเทศไทยมีจุดขาด้านความเป็นมิตรของประชาชน และความคุ้มค่าในการท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ภาคการบริการ ประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม และ ไทย ตามลำดับ เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าการเปิดเออีซีจะส่งผลดี 47% จากการมีนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่วนผลลบนั้น 23.9% เห็นว่าจะเกิดการแข่งขันสูง มีคู่แข่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น ส่วน 14.57% เห็นว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเห็นว่าการเปิดเออีซีเป็นโอกาสทางการท่องเที่ยว 52.7% เป็นอุปสรรค 17.3% พอๆกัน ร้อยละ 30.1

สำหรับสิ่งที่ผลสำรวจชี้ว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังขาดอยู่คือ การพัฒนาบริการและแหล่งท่องเที่ยว การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เป็นต้น

แนวโน้มการท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ปัจจัยบวกที่จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโต ได้แก่ มาตรการต่างๆ ของภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยต่ำ และการเมืองภายในประเทศนิ่ง ขณะที่ปัจจัยลบมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลก หนี้ยุโรป และสภาวะเศรษฐกิจในไทย

นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จะนำผลที่ได้จากโพลไปเป็นแนวทางปรับกลยุทธ์การตลาด รวมถึงโครงสร้างการบริหารจัดการของ ททท.ในอนาคต รวมทั้งเตรียมจัดทำโพลเรื่องผลกระทบต่อวิกฤตยูโรโซนในลำดับต่อไป เพื่อวางแผนรับมือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง รวมถึงจัดรวบรวมฐานนักท่องเที่ยวในแต่ละลุ่ม อย่าง กอลืฟ สปา ฮันนีมูน พรีเวดดิ้ง และกลุ่มผจญภัย เพื่อรู้ข้อมูลจำนวนนั

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท