posttoday
โครงกระดูกในกอไผ่ : ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวต่อไปหรือไม่?

โครงกระดูกในกอไผ่ : ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวต่อไปหรือไม่?

13 พฤศจิกายน 2555

การวางแผนมรดกและการส่งต่อทรัพย์สินไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับหลายคน บางทีอาจเป็นเพราะพวกเราส่วนใหญ่ไม่ต้องการที่จะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องการตายและวัยชรา

การวางแผนมรดกและการส่งต่อทรัพย์สินไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับหลายคน บางทีอาจเป็นเพราะพวกเราส่วนใหญ่ไม่ต้องการที่จะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องการตายและวัยชรา

ดังนั้น การวางแผนมรดกในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งคุ้มค่าที่เราควรจะหยุด แล้วคิดสักนิดเกี่ยวกับวิธีที่เราจัดการสินทรัพย์ของเราตั้งแต่เริ่มแรก

ถึงแม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนจะมีความสำคัญ แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่สามารถส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้ อาทิ ความขัดแย้งในครอบครัว เป็นต้น คดีดังในปัจจุบันที่ดึงดูดความสนใจของผม คือคดีที่นายแพทย์ตำรวจถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย จนปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถค้นพบอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว พบเพียงเศษกระดูกที่ถูกฝังอยู่ในไร่ใน จ.เพชรบุรี ถึงแม้ว่าการสอบสวนคดียังไม่แล้วเสร็จ แต่จากรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ทำให้คดีนี้มีเนื้อเรื่องคล้ายกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากที่สุดไม่ใช่เกี่ยวกับบทละครที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในครอบครัวที่ถูกเปิดเผยออกมา แต่เป็นเพราะว่ามีครอบครัวจำนวนมากที่กำลังประสบปัญหาความขัดแย้งเช่นเดียวกัน แต่ไม่เคยยอมรับหรือต้องการที่จะแก้ปัญหาอย่างเปิดเผย

โครงกระดูกในกอไผ่ : ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวต่อไปหรือไม่?

 

ส่วนมากศูนย์กลางของความขัดแย้งทั้งหมดคือเงิน โดยในหลายกรณีจะเกิดขึ้นกับครอบครัวที่มีหัวหน้าครอบครัวที่อายุมาก และลูกหลานต่างพยายามแย่งชิงทรัพย์มรดก ในกรณีดังกล่าวข้างต้น หัวหน้าครอบครัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ลูกชายของเขาก็เริ่มแย่งชิงทรัพย์มรดกของเขาแล้ว ลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากหัวหน้าครอบครัวนี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่ การมีพินัยกรรมถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ผมไม่คิดว่าพินัยกรรมเพียงฉบับเดียวจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับกรณีดังกล่าวคือ ญาติพี่น้องจะนำความขัดแย้งดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด ในความเห็นของผมควรจะมีกรรมวิธีโอนทรัพย์สมบัติที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ และวิธีหนึ่งคือการจัดตั้งทรัสต์ของครอบครัว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุม/รองรับระบบทรัสต์ แต่สำหรับครอบครัวที่มีฐานะ ผมมองว่าคุ้มค่าที่จะไปจัดตั้งทรัสต์สำหรับครอบครัวในต่างประเทศ

ในการวางแผนการลงทุนส่วนตัวหรือสำหรับครอบครัว สิ่งสำคัญคือต้องจัดโครงสร้างกรรมสิทธิ์หรือบริษัทที่ดูแลหลักทรัพย์ (Holding Entity) หลักการนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจครอบครัว ทรัสต์ของครอบครัวในต่างประเทศถือว่าเป็นโครงสร้างการดูแลหลักทรัพย์และการลงทุนที่เหมาะสมมากที่สุดอย่างหนึ่ง และเป็นเครื่องมือที่ดีในการวางแผนการจัดการมรดกสำหรับครอบครัวคุณ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณจะทิ้งมรดกให้ทายาทของคุณในลักษณะที่จะไม่มอบให้พวกเขาโดยตรงหรือทันทีหลังจากที่คุณเสียชีวิต

บริษัทดูแลทรัพย์สินส่วนตัว (Personal Holding Company) จะแตกต่างจากคนทั่วไป คือบริษัทเหล่านี้จะไม่มีวันตาย เพราะฉะนั้นหลังจากที่คุณเสียชีวิตไปแล้ว ทายาทของคุณก็จะไม่มีอะไรที่จะแย่งชิงกัน เนื่องจากทรัพย์มรดกทั้งหมดจะตกอยู่ในนามของทรัสต์ และการบริหารทรัสต์จะดำเนินไปอย่างเงียบๆ ภายใต้คำสั่งที่ปรากฏในหนังสือก่อตั้งทรัสต์ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าใครจะได้รับอะไร เท่าไร และเมื่อไหร่ที่จะมีการโอนหลักทรัพย์ในทรัสต์ดังกล่าวภายหลังผู้ก่อตั้งทรัสต์ได้เสียชีวิตไปแล้ว

คุณยังสามารถกำหนดเงื่อนไขของการโอนมรดก อาทิ จะสามารถโอนมรดกให้เมื่อผู้รับสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา หรือคุณอาจจะประสงค์ให้มรดกของคุณถูกนำไปใช้ในการเลี้ยงดูคู่สมรสของคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ในเวลาเดียวกัน ยังรับรองว่าเงินต้นหรือส่วนที่เหลือในกองมรดกจะสามารถตกทอดไปยังทายาทของคุณที่เลือกไว้ (อาทิ ลูกของคุณจากการแต่งงานครั้งแรก) ภายหลังจากที่คู่สมรสของคุณเสียชีวิต เป็นต้น

ทรัสต์มีความยืดหยุ่น หลากหลาย และซับซ้อน ทรัสต์แต่ละประเภทจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งคุณควรจะหารือกับนักวางแผนการเงินของคุณก่อนที่จะมีการจัดตั้งทรัสต์ สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งทรัสต์ ทรัสต์พื้นฐานจะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 1,600-3,000 เหรียญสหรัฐ หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของทรัสต์ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวควรจะรวมถึงการจัดตั้งทรัสต์ พินัยกรรม หนังสือแสดงเจตนา (Living Will) และ Healthcare Proxy ซึ่งเป็นหนังสือมอบอำนาจการตัดสินใจ ในกรณีที่เจ้ามรดกไม่สามารถหรือไม่อยู่ในสภาพที่จะตัดสินใจเองได้

สิ่งที่ยากที่สุดในการจัดตั้งทรัสต์ คือต้องก้าวผ่านความกังวลที่จะ “โอน” ทรัพย์สินและการลงทุนของคุณไปอยู่ภายใต้ชื่อของคนอื่น แต่สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างทรัสต์ คือถึงแม้ว่าทรัพย์สินต่างๆ จะไม่ได้อยู่ภายใต้ชื่อของคุณแล้ว แต่คุณก็ยังมีอำนาจในการบริหารทรัพย์สินเหล่านั้น นอกจากนี้ หากคุณจัดตั้งทรัสต์ที่สามารถเพิกถอนได้ คุณในฐานะที่เป็นผู้จัดตั้งทรัสต์ดังกล่าวสามารถยกเลิกทรัสต์ดังกล่าวในระหว่างที่คุณมีชีวิตอยู่ คุณยังสามารถเพิ่มหรือยกเลิกผู้รับผลประโยชน์ได้ตามใจชอบ ซึ่งรวมถึงปรับเปลี่ยนสัดส่วนของมรดกที่แต่ละคนจะได้รับ คุณยังสามารถตั้งตัวคุณเองหรือผู้อื่นให้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนในทรัสต์ของคุณได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน