posttoday
BTS

BTS

13 พฤศจิกายน 2555

หลังจากหุ้น BTS ถูกปลดเครื่องหมาย H และสามารถซื้อขายได้ตามปกติตั้งแต่เช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 พ.ย.) ราคาหุ้นขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าและปรับลงมาปิดติดลบไป 0.10 บาท/หุ้นเหลือ 6.45 บาท ทั้งที่สิ่งที่บริษัทแจ้งมาเป็นพัฒนาการในเชิงบวก แต่เนื่องจากข่าวดังกล่าวเชื่อว่าตลาดบางส่วนรับรู้มาระยะหนึ่งและมีการซื้อดักมาก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้จึงถือเป็นผลของการ Sell on fact ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล ในทางตรงกันข้าม นักวิเคราะห์ของ FSS ได้ปรับราคาพื้นฐานของ BTS ในปีหน้าขึ้นเป็น 7.70 บาทจากเดิม 6.90 บาท ถือเป็นหุ้นที่น่าลงทุนอีกหนึ่งตัวค่ะ

หลังจากหุ้น BTS ถูกปลดเครื่องหมาย H และสามารถซื้อขายได้ตามปกติตั้งแต่เช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 พ.ย.) ราคาหุ้นขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าและปรับลงมาปิดติดลบไป 0.10 บาท/หุ้นเหลือ 6.45 บาท ทั้งที่สิ่งที่บริษัทแจ้งมาเป็นพัฒนาการในเชิงบวก แต่เนื่องจากข่าวดังกล่าวเชื่อว่าตลาดบางส่วนรับรู้มาระยะหนึ่งและมีการซื้อดักมาก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้จึงถือเป็นผลของการ Sell on fact ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล ในทางตรงกันข้าม นักวิเคราะห์ของ FSS ได้ปรับราคาพื้นฐานของ BTS ในปีหน้าขึ้นเป็น 7.70 บาทจากเดิม 6.90 บาท ถือเป็นหุ้นที่น่าลงทุนอีกหนึ่งตัวค่ะ

สิ่งที่ BTS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ คือบริษัทจะนำรายได้ค่าโดยสารสุทธิจากการดำเนินงานในรถไฟฟ้าสายหลักในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 17 ปี เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเพื่อยื่นขออนุญาตจัดตั้งกับสำนักงาน ก.ล.ต. การขายรายได้ในอนาคตดังกล่าวเปรียบเสมือนกับการดึงเงินในอนาคตมาใช้ก่อน ข้อดีคือทำให้บริษัทมีสภาพคล่องและสามารถนำเงินไปลงทุนในโครงการขนส่งมวลชนอื่นๆ ที่ BTS เล็งเห็นเส้นทางที่มีศักยภาพ 4 เส้นทางที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ซึ่งได้แก่ สายสีเขียว (จากหมอชิตถึงสะพานใหม่ 12 กม. และจากแบริ่งถึงสมุทรปราการอีก 13 กม.) สายสีชมพู (แครายถึงมีนบุรี 36 กม.) และรถไฟฟ้าขนาดเบา (Light Rail Transit) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างบางนากับสุวรรณภูมิ (18 กม.)

ผู้ถือหุ้นไม่ต้องกังวลว่าการขายรายได้ค่าโดยสารในอนาคตให้กับกองทุนนั้น จะทำให้บริษัทขาดรายได้ค่าโดยสารในรถไฟฟ้าสายหลัก (ค่าบริหารสำหรับส่วนต่อขยาย ไม่ได้ขาย) ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทประมาณ 50% ของรายได้รวม เพราะ BTS จะยังถือหุ้นประมาณ 1 ใน 3 ของกองทุน Infrastructure Fund ซึ่งทำให้บริษัทได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปเงินปันผลที่คาดว่าจะเป็นปีละประมาณ 1 พันล้านบาท โดยไม่ต้องสียภาษี ในขณะที่เงินที่ได้จากการขายซึ่งบริษัทกำหนดไว้ว่าต้องไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาทนั้น หักในส่วนที่บริษัทต้องลงทุนกลับเข้าไปในกองทุน Infrastructure Fund ประมาณ 1.6–1.8 หมื่นล้านบาท เงินสดส่วนที่เหลือ 3.0–3.0 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปลงทุนได้ใน 4 เส้นทางดังกล่าว แทนที่จะต้องกู้เงินและต้องจ่ายดอกเบี้ย หรือขอเพิ่มทุนกับผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งก็ต้องมีต้นทุน และในกรณีที่ดีไปกว่านั้น บริษัทอาจนำมาพิจารณาจ่ายเป็นเงินปันผลบางส่วนอีกก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการใช้เงินในอนาคต และในทางบัญชี การขายดังกล่าวก็ทำให้บริษัทมีกำไรเป็นก้อนเข้ามา ทำให้ทั้งงบกำไรขาดทุนและมูลค่าทางบัญชีเพิ่มขึ้น (ต้นทุนของสินทรัพย์ที่ขายเข้ากองทุนอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท หากบริษัทขายได้ 5.0–5.5 หมื่นล้านบาท จะมีกำไร 5,000 10,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.50–1.00 บาทต่อหุ้น ถือว่ามีนัยสำคัญต่อผลประกอบการทีเดียว)

ในด้านผลประกอบการนั้น ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (สิ้นสุดเดือนก.ย.) BTS มีกำไรสุทธิ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากการขายเงินลงทุนใน บจ.กมลาฯ จำนวน 289 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออกไป กำไรที่มาจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสกอ่นและ 45% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 395 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารและกำไรที่ดีขึ้นอย่างมากของ VGI (เป็นบริษัทย่อยที่ BTS ถืออยู่ 70.7%)

สำหรับไตรมาส 3 (สิ้นสุดเดือนธ.ค.นี้) บริษัทจะบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบจ.ก้ามปู พร็อพเพอร์ตี้ จำนวน 700 ล้านบาท และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น IPO ของ VGI ประมาณ 1.5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิของปี 2556 (เม.ย. 2555–มี.ค.2556) เพิ่มขึ้น 99% จากปีก่อน หากไม่รวมกำไรพิเศษ กำไรจากธุรกิจหลักก็คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 68% และคาดว่ากำไรในปีถัดไปจะเพิ่มขึ้นได้อีก 21%

นักวิเคราะห์ FSS ได้ปรับราคาพื้นฐานปีหน้าขึ้นเป็น 7.70 บาทจากเดิม 6.90 บาท สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานโดยรวมที่ค่อนข้างดีกว่าที่คาด ทั้งนี้ ยังไม่รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้า Infrastructure Fund เพราะยังไม่ทราบราคาขายที่ชัดเจนซึ่งจะถือเป็นส่วนเพิ่มสำหรับการปรับประมาณการผลประกอบการและราคาพื้นฐานต่อไปในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ